Recent Posts

เห็ด

เห็ด หลินจือ ราชาแห่งสมุนไพร เสริมภูมิคุ้มกันที่ดี และต้านมะเร็ง

, , No Comment

เห็ด หลินจือ ราชาแห่งสมุนไพร หนึ่งในสมุนไพรจีนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นยารักษาโรคชั้นเลิศนั่นก็คือ “เห็ดหลินจือ” โดยสรรพคุณได้รับการบอกต่อกันมาเนิ่นนานว่า ช่วยบำรุงร่างกาย เสริมภูมิต้านทาน ต้านอักเสบ ต่อสู้โรคมะเร็ง จึงได้รับฉายาว่า “ยาอายุวัฒนะ” วันนี้ชวนมารู้จักสมุนไพรจีนเปี่ยมคุณค่าชนิดนี้กัน

เห็ด หลินจือ ราชาแห่งสมุนไพร จึงมีชื่อเรียกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น หลิงจือ เห็ดหมื่นปี เห็ดจวักงู เห็ดอมตะ เห็ดศักดิ์สิทธิ์ เห็ดนางกวัก และยังถูกเรียกว่าราชาสมุนไพร เนื่องจากสรรพคุณทางยาในการบำรุงร่างกาย ขับพิษ ป้องกันและรักษาโรคที่ดีเลิศกว่าสมุนไพรชนิดอื่น

เห็ด

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของ ดอกเห็ดเป็นรูปไตหรือรูปครึ่งวงกลม กว้าง 3-4 เซนติเมตร ยาว 8-20 เซนติเมตร หนา 1-3 เซนติเมตร ดอกอ่อนมีขอบสีขาว ถัดเข้าไปมีสีเหลืองอ่อน กลางดอกมีสีน้ำตาลหรือน้ำตาลแดง ผิวเป็นมันคล้ายทาด้วยแลคเกอร์ มีริ้วหรือหยักเป็นคลื่น ขอบหมวกงุ้มลงเล็กน้อยและหนา ด้านล่างเป็นรูกลมเล็ก ๆ เชื่อมติดกัน

ประโยชน์ของเห็ดหลินจือ สรรพคุณสมเป็น “ยาอายุวัฒนะ”

ในเห็ดหลินจือมีสารสำคัญหลายชนิด โดยมีองค์ประกอบหลักคือ

– สารในกลุ่มโพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharides) มีฤทธิ์เสริมระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ช่วยกำจัดเซลล์มะเร็ง ยับยั้งเนื้องอก ลดน้ำตาลในเลือด ลดอาการอักเสบ

– สารในกลุ่มไตรเทอร์พีน (Triterpene) ช่วยกำจัดการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง ยับยั้งเซลล์มะเร็งตับ ป้องกันโรคภูมิแพ้ ลดความดันโลหิต ลดไขมันในเลือด ป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด

– สารในกลุ่มนิวคลีโอไทด์ (Nucleotide) ออกฤทธิ์บรรเทาอาการเจ็บปวด ป้องกันลิ่มเลือดแข็งตัวในเส้นเลือด ลดความเสี่ยงโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัส

– สารประกอบเจอมาเนียม (Gemanium) เสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย บำรุงประสาท สมอง หัวใจ กระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด

เห็ดหลินจือ กับสรรพคุณต้านมะเร็ง

สรรพคุณที่วงการแพทย์กล่าวถึงกันมากที่สุดนั่นก็คือ ฤทธิ์ในการต้านมะเร็งและฆ่าเซลล์มะเร็ง เพราะมีงานวิจัยทางการแพทย์ทั้งในและต่างประเทศพบว่า เห็ดหลินจือมีคุณสมบัติในการต่อต้านโรคมะเร็งที่ได้ผลดีเยี่ยม เพราะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเซลล์เม็ดเลือดขาว เสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายให้สามารถออกฤทธิ์ต่อต้านกับเซลล์มะเร็งในร่างกายได้ เช่น มะเร็งรังไข่ มะเร็งเต้านม มะเร็งมดลูก ฯลฯ ทั้งยังมีฤทธิ์กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยมะเร็งปอด, ผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ และผู้ป่วยมะเร็งขั้นลุกลาม

แต่ก่อนที่ผู้ป่วยโรคมะเร็งจะตัดสินใจใช้เห็ดหลินจือเป็นยาเสริมนั้น เพื่อความปลอดภัยควรปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาหรือแพทย์ผู้ให้เคมีบำบัดก่อนทุกครั้ง เพราะการใช้สมุนไพรรักษามะเร็งร่วมกับการรักษาทางเคมีบำบัดอาจเกิดผลข้างเคียงได้ เช่น ไปลดทอนประสิทธิภาพของยาเคมี ทำให้การรักษาไม่ได้ผลเท่าที่ควรจะเป็น

 

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://health.kapook.com

Read Post →

ขมิ้นชัน

ขมิ้นชัน สมุนไพรไทยแท้ๆ พร้อมประโยชน์และ การนำไปใช้ให้ถูกวิธี

, , No Comment

ขมิ้นชัน หรือขมิ้น เป็นพืชที่มีเหง้าอยู่ใต้ดิน เนื้อของเหง้ามีสีเหลืองเข้มไปจนถึงสีแสด เอกลักษณ์ที่เด่นชัด คือ รสชาติที่จัดจ้าน สีสันมีความสวยงาม อีกทั้งยังได้มีการนำเอาสมุนไพรมาประยุกต์ผสมผสานลงไปในอาหารไทย ทำให้ได้รสชาติที่ดูแตกต่างแต่ลงตัว

ขมิ้นชัน เมื่อพูดถึงเรื่อง สมุนไพร ที่คนไทยนิยมนำมาทำอาหาร เราคงจะพลาดที่จะเอ่ยถึง ขมิ้นชัน ไม่ได้ เพราะว่าเป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบที่ทำให้อาหารมีสีสันสะดุดตา ตลอดจนมีสรรพคุณทางยาที่เป็น ประโยชน์ ต่อร่างกายเพิ่มพูนเป็นลำดับถัดมาจากความอร่อย ตอนนี้เราจะมาทำความรู้จักกับสมุนไพรชนิดกันให้มากขึ้น เพราะเหตุใดจึงเป็นที่นิยม และประโยชน์ที่ได้จากสมุนไพรชนิดนี้มีอะไรบ้าง หากพร้อมแล้วมาเริ่มเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน

ขมิ้นชัน

วิตามินและแร่ธาตุในขมิ้นชัน
นอกจากเราจะเราสามารถนำขมิ้นชันไปใช้ประโยชน์ในการประกอบอาหาร ใช้ย้อมสี หรือใช้เพิ่มกลิ่นให้กับอาหารแล้ว ในขมิ้นชันยังมีวิตามินและแร่ธาตุมากมาย เช่น วิตามินเอ วิตามินบีรวม วิตามินซี วิตามินอี แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก เกลือแร่ เส้นใยอาหาร คาร์โบไฮเดรต และโปรตีน

สรรพคุณทางยา
ขมิ้นชันนอกจากที่จะมีคุณค่าทางอาหารแล้ว ก็ยังถือเป็นพืชที่มีคุณค่าทางยาอีกด้วย ซึ่งชาวไทยนิยมนำส่วนต่างๆ มาใช้เป็นยาเพื่อบรรเทาอาการที่เกิดขึ้นรับร่างกาย โดยสามารถดูรายละเอียดได้ดังนี้

เหง้า : เหง้ารสฝาดหวานเอียด ใช้สำหรับแก้อาการไข้เรื้อรัง ผอมเหลือง แก้โรคผิวหนัง แก้เสมหะและโลหิต แก้ท้องร่วง สมานแผล แก้ธาตุพิการ ขับผายลม แก้ผื่นคัน ขับกลิ่นและสิ่งสกปรกในร่างกาย คุมธาตุ หยอดตาแก้ตาบวม ตาแดง น้ำคั้นจากเหง้าสดทาแก้แผลถลอก แก้โรคผิวหนังผื่นคัน ลดอาการอักเสบ ทำให้ผิวพรรณผุดผ่อง นำมาอัดเม็ดทำเป็นยารักษาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ธาตุพิการ อาหารไม่ย่อย กระเพาะอาหารอ่อนแอ รักษาแผลในกระเพาะอาหาร แก้ท้องร่วง แก้บิด
ผงขมิ้น : (น้ำเหง้าแห้งมาบดเป็นผง) นำมาเคี่ยวกับน้ำมันพืช ทำน้ำมันใส่แผลสด
ขมิ้นสด : (ใช้เหง้าสดล้างให้สะอาด) ตำกับดินประสิวเล็กน้อย ผสมน้ำปูนใสพอกบาดแผลและแก้เคล็ดขัดยอก เผาไฟ ตำกับน้ำปูนใส รับประทานแก้ท้องร่วง แก้บิด

 

ขอบคุณแหล่งที่มา  https://www.honestdocs.co

Read Post →

รู้จักกับ

รู้จักกับ “มะตูม” สมุนไพรเพื่อสุขภาพ ดับกระหายคลายร้อน

, , No Comment

รู้จักกับ มะตูม จัดได้ว่าเป็นหนึ่งในพืชสมุนไพรที่คนไทยต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี เรานิยมนำผลของ มะตูม มาทำเป็นเครื่องดื่มผสมกับน้ำตาล เป็นเครื่องดื่มที่มีรสชาติหวานหอม

รู้จักกับ มะตูม จัดได้ว่าเป็นหนึ่งในพืชสมุนไพรที่คนไทยต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี เรานิยมนำผลของ มะตูม มาทำเป็นเครื่องดื่มผสมกับน้ำตาล เป็นเครื่องดื่มที่มีรสชาติหวานหอม ช่วยดับกระหายได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีคุณค่าทางยาที่ช่วยบำรุงร่างกาย ไม่เพียงแค่ส่วนของผลเท่านั้น แต่ส่วนอื่นของต้นยังสามารถนำมาใช้เป็นยาสมุนไพรที่มีประโยชน์ไม่น้อยเลย

รู้จักกับ

รู้จักกับ ลักษณะของต้นมะตูม
มะตูม มีชื่อสามัญว่า Beal ชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Aegle marmelos (L.) Corrêa จัดอยู่ในวงศ์เดียวกันกับส้ม สำหรับในภาคเหนือเรียก มะตูม ว่า มะปิน ภาคอีสานเรียกว่า หมากตูม ภาคใต้เรียกว่า กะทันตาเถร ตุ่มตัง หรือตูม ลักษณะของสมุนไพรชนิดนี้เป็นไม้ผลยืนต้น เติบโตในแถบพื้นเมืองบริเวณป่าดิบและตามเนินเขา พบมาในที่ราบของอินเดียตอนกลางและตอนใต้ ปากีสถาน บังกลาเทศ พม่า และเวียดนาม จนถูกนำมาเพาะปลูกในประเทศไทยในเวลาต่อมา และแพร่หลายไปทั่วทุกภาค กลายเป็นพืชที่ใครๆ ก็รู้จัก

สรรพคุณทางยาของมะตูมที่นิยมใช้
เปลือกและลำต้น นำมาใช้รักษาอาการไข้ ใช้เป็นยารักษาไข้มาลาเรียในอดีต ช่วยขับลมในลำไส้ ลดพิษไข้ รักษาน้ำดี และแก้พิษฝี
ใบสด นิยมนำมาใช้แก้อาการไอ ลดเสมหะ ยิ่งในผู้ป่วยที่มีโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง ให้ใช้ใบมะตูมดิบคั้นน้ำ นำมาดื่ม บรรเทาอาการเรื้อรังที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี
ส่วนของผลอ่อน ที่นิยมนำมาใช้มากที่สุด ให้คุณค่าเป็นยาช่วยเจริญอาหาร และขับลมในกระเพาะ ผลแก่จะช่วยลดเสมหา ช่วยย่อยอาหาร ทำเป็นเครื่องดื่มแก้ร้อนใน ผลสุกที่เละนิยมนำเนื้อมาใช้เป็นยาระบายและยาช่วยย่อยในเด็ก ส่วนผลดิบนิยมนำมาใช้แก้อาการบิด แก้ท้องเสียในเด็กเล็ก

 

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.honestdocs.co

Read Post →

กระวาน

กระวาน สมุนไพร เครื่องเทศ ประโยชน์และโทษของกระวาน

, , No Comment

กระวาน พืชเศรษฐกิจ สมุนไพร นิยมนำผลกระวานมาทำเครื่องเทศ ลักษณะของต้นกระวานเป็นอย่างไร

กระวาน  ( Amomum krevanh ) เป็นสายพันธ์ที่นิยมปลูกในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉีียงใต้ กระวานไทยมีผลค่อนข้างกลม สำหรับ ประเทศไทย มีกระวานจากป่าบริเวณเขาสอยดาวจังหวัดจันทบุรี เป็นกระวานคุณภาพดี เรียกว่า “ กระวานจันทบุรี ”
กระวานเทศ ( Elettaria cardamomum ) เป็นกระวานทีปลูกตามประเทศเอเชียกลาง อินเดีย ศรีลังกา กระวานเทศลักษณะผลจะแบนรี
กระวานในประเทศไทย

สำหรับ กระวานในประเทศไทย เป็นพืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง มีการส่งออกกระวานสำหรับทำเป็นเคร่ื่องเทศ โดยแหล่งปลูกกระวานที่สำคัญของประเทศไทย คือ จังหวัดจันทบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฐธานี สงขลา แต่กระวานคุณภาพดีที่สุด คือ กระวานจันทบุรี นิยมส่งออกไปประเทศจีน และ ฮ่องกง โดยผลผลิตกระวานจะออกมากที่สุดในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมของทุกปี

ลักษณะของต้นกระวาน
ต้นกระวาน คือ พืชล้มลุก พืชตระกูลขิง ชอบขึ้นตามที่ร่ม ชอบดินความชื้นสูง และพบกระจายตามบริเวณป่าเขา กระวาน สามารถขยายพันธ์ได้โดยการเพาะเมล็ดพันธ์ และ การแตกหน่อ ลักษณะของต้นกระวาน มีรายละเอียด ดังนี้

ลำต้นกระวาน มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ลำต้นความสูงประมาณ 2 เมตร มีสีเขียว ลักษณะอวบน้ำ
ใบกระวาน เป็นใบเดี่ยว ลักษณะใบยาว ปลายใบแหลม ใบเรียบ มีสีเขียว
ดอกกระวาน ออกดอกเป็นช่อ โดยช่อดอกกระวานจะออกมาจากเหง้า และชูขึ้น กลีบดอกกระวานมีสีเหลือง
ผลกระวาน ลักษณะกลม ติดกันเป็นพวง ผลมีสีขาวนวล ผิวของเปลือกผลกระวานเกลี้ยง ผลอ่อนมีขน ผลแก่จะร่วง มีเมล็ดอยู่ภายในจำนวนมาก
เมล็ดกระวาน มีกลิ่นหอมคล้ายกลิ่นการบูร รสเผ็ด เมล็ดอ่อนมีสีขาว เมล็ดแก่เป็นสีดำ
คุณค่าทางโภชนาการของกระวาน

สำหรับด้านโภชนาการ นักโภชนากการได้ศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของกระวาน ขนาด 100 กรัม พบว่าให้พลังงาน 254.0 กิโลแคลอรี และ มีสารอาหารสำคุณ เช่น โปรตีน 9.5 กรัม ไขมัน 6.3 กรัม คาร์โบไฮเดรต 39.7 กรัม แคลเซียม 16.0 กรัม ฟอสฟอรัส 23.0 มิลลิกรัม และ เหล็ก 12.6 มิลลิกรัม น้ำมันหอมระเหยจากกระวาน สามารถต้านเชื้อแบคทีเรียได้

กระวาน

สรรพคุณของกระวาน

สำหรับประโยชน์ของกระวานด้านการบำรุงร่างกายและการรักษาโรค สามารถใช้ประโยชนืได้จาก ผลกระวาน ใบกระวาน เมล็ดกระวาน โดย สรรพคุณของกระวาน มีดังนี้

ผลแก่กระวาน สรรพคุณบำรุงร่างกาย ช่วยขับเลือด ขับลม ช่วยเจริญอาหาร แก้คลื่นไส้อาเจียน แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ เป็นยาระบาย ต้านเชื้อแบคทีเรีย
ใบกระวาน สรรพคุณบำรุงร่างกาย ขับลม ขับเสมหะ ทำให้สดชื่น แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ
เปลือกกระวาน สรรพคุณบำรุงร่างกาย ขับเสมหะ แก้ไข้ ทำให้สดชื่น รักษาโรคผิวหนัง
เมล็ดกระวาน สรรพคุณบำรุงร่างกาย ขับเสมหะ แก้ปวดท้อง เป็นยาระบาย
แก่นกระวาน สรรพคุณรักษาโรคโลหิตเป็นพิษ
รากกระวาน สรรพคุณช่วยฟอกเลือด แก้โลหิตเน่าเสีย ขับเสมหะ
กระพี้กระวาน สรรพคุณบำรุงเลือด รักษาโรคผิวหนัง
หน่อกระวาน สรรพคุณช่วยถ่ายพยาธิ
โทษของกระวาน

สำหรับการใช้ประโยชน์กระวาน ก็เหมือนสมุนไพรทั่วไป ที่ต้องใช้อย่างถูกต้องและในปริมาณที่เหมาะสม จึงจะไม่เกิดโทษต่อร่างกาย แต่ยังไม่พบว่ามีรายงานถึงความเป็นพิษจากการใช้กระวาน ดังนั้นการใช้กระวานจึงน่าจะมีความปลอดภัยสูง

ขอบคุณแหล่งที่มา https://beezab.com/

Read Post →

มะตูมนิ่ม

มะตูมนิ่ม สมุนไพรไทย อยู่ใน ภาวะที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์!

, , No Comment

มะตูมนิ่ม เนื่องจากเป็นพันธุ์ไม้ที่เติบโตช้า บางชนิดจำเป็นต้องใช้ทั้งต้นและราก บางชนิดนำมาใช้บ่อยจนโตไม่ทันใช้งาน

มะตูมนิ่ม คนโบราณจะนำมาทำเป็นยาอายุวัฒนะ เพื่อบำรุงกำลัง บำรุงเพศ ชลอความแก่ ทำให้ผมหงอกช้า ดูบอลออนไลน์โดยการนำมาสผมกับกล้วยน้ำไทและน้ำผึ้ง ปั้นเป็นลูกกอนรับประทาน เรียกตำรับยานี้ว่า “ลูกแปลกแม่”

มะตูมนิ่ม

ขอบคุณแหล่งที่มี http://www.baanlaesuan.com/

Read Post →

กระชาย

กระชาย มีสรรพคุณทางยาแล้ว ยังสามารถปลูกประดับรั้วบ้าน

, , No Comment

กระชาย ต้นกระชาย จัดเป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าสั้น แตกหน่อได้

กระชาย มีรากอวบ เป็นรูปทรงกระบอกหรือรูปทรงไข่ค่อนข้างยาว ผิวมีสีน้ำตาลอ่อน ส่วนเนื้อในมีสีเหลืองและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มักพบขึ้นในป่าดิบร้อนชื้น

กระชาย มีอยู่ด้วยกัน 3 ชนิด คือ กระชายดำ กระชายแดง และ กระชายเหลือง ที่เป็นที่นิยมสามารถนำมาปรุงเป็นอาหารได้ เช่น แกงป่า หรือผัดต่าง ๆ ดูบอลออนไลน์โดยส่วนที่นิยมนำมาใช้ประกอบอาหารกันมากที่สุดคือ รากสะสมอาหาร หรือ นมกระชาย ซึ่งจะมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และมีคุณสมบัติในการช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์เนื้อปลาได้เป็นอย่างดี

กระชาย

และมีสรรพคุณทางยามากมาย เช่น รักษาอาการท้องร่วง ท้องเสีย โรคริดสีดวงทวาร ช่วยบำรุงกำลัง เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยบำรุงหัวใจ ไล่แมลง จนได้ชื่อในวงการแพทย์แผนไทยว่าเป็น “โสมไทย” เนื่องจากกระชายกับโสมมีความคล้ายคลึงกันหลายอย่าง เช่น สรรพคุณในการบำรุงกำลังและเสริมสมรรถภาพทางเพศ เป็นต้น

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.baanlaesuan.com/

Read Post →

มะเกลือ

มะเกลือ สมุนไพรใกล้ตัวรักษาโรคน้ำกัดเท้า ช่วยบรรเทาอาการได้ชะงัด !

, , No Comment

มะเกลือ  มะเกลือก็เป็นสมุนไพรไทยที่มีสาร Diospyrol เหมือนใบทองพันชั่ง

มะเกลือ สรรพคุณในการรักษาโรคน้ำกัดเท้าของมะเกลือเลยไม่ต่างจากใบทองพันชั่งสักเท่าไรวิเคราะห์บอล ส่วนวิธีการใช้มะเกลือรักษาโรคน้ำกัดเท้าสามารถทำได้โดยใช้ผลมะเกลือสดฝานให้ได้น้ำยางจากผลสด แล้วนำยางที่ได้มาทาบริเวณที่เป็นทันที วันละ 1 ครั้ง หรือจนกว่าอาการของโรคจะบรรเทาลง

มะเกลือ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://health.kapook.com/

Read Post →

บ๊วย

บ๊วย สมุนไพรแก้ไอ ตำรับยาแผนไทยขับเสมหะ ต้องลอง !

, , No Comment

บ๊วย สมุนไพรแก้ไอ ขับเสมหะ แต่ละชนิด เด่นในด้านไหน แล้วรับประทานอย่างไรจะช่วยบรรเทาอาการไอได้ไม่แพ้ยา

บ๊วย  ผลบ๊วยเป็นพืชสมุนไพรซึ่งมีกรดผลไม้ที่มีฤทธิ์ในการเพิ่มการหลั่งน้ำลาย ช่วยบรรเทาอาการไอวิเคราะห์บอล เคลือบเยื่อบุทางเดินหายใจ ลดอาการระคายเคือง โดยนำผลบ๊วยมาต้มกับน้ำแล้วจิบเป็นยาแก้ไอ หรือจะอมผลบ๊วยให้ชุ่มคอเพื่อบรรเทาอาการระคายเคืองที่คอก็ได้เช่นกัน

 บ๊วย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://health.kapook.com/

Read Post →

เปลือกมังคุดแห้ง

เปลือกมังคุดแห้ง สมุนไพรใกล้ตัวรักษาโรคน้ำกัดเท้า ช่วยบรรเทาอาการได้ชะงัด !

, , No Comment

เปลือกมังคุดแห้ง  สมุนไพรที่นิยมใช้รักษาโรคน้ำกัดเท้า

เปลือกมังคุดแห้ง มักเป็นสมุนไพรที่มีรสฝาด เนื่องจากมีสารแทนนินมาก มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและมีฤทธิ์ช่วยรักษาแผลน้ำกัดเท้าได้ เช่น เปลือกมังคุดแห้ง ที่มักจะนำมาฝนกับน้ำหรือน้ำปูนใสให้ข้นพอควร แล้วทาแผลน้ำกัดเท้า วันละ 2-3 ครั้ง ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการน้ำกัดเท้าได้

เปลือกมังคุดแห้ง

ขอบคุณแหล่งที่มา https://health.kapook.com/

Read Post →

กะหล่ำปลี

กะหล่ำปลี สมุนไพรใกล้ตัว บรรเทาโรคกระเพาะได้ชัวร์ไม่ต้องทนกินยา

, , No Comment

กะหล่ำปลี  ผักอย่างกะหล่ำปลีมีวิตามินซีสูง

กะหล่ำปลี อีกทั้งในกะหล่ำปลียังมีสารอาหารกลูตามีนช่วยกระตุ้นให้กระเพาะอาหารสร้างเยื่อบุผนังกระเพาะได้รวดเร็ว ทำให้แผลในกระเพาะอาหารและลำไส้หายได้เร็ว จึงใช้เป็นอาหารในการรักษาโรคกระเพาะได้ดี โดยวิธีกินแนะนำให้กินสด หรือคั้นเป็นน้ำกะหล่ำปลีแล้วดื่ม ซึ่งจะคงคุณค่าสารอาหารได้ดีกว่านำไปปรุงสุก

กะหล่ำปลี

ขอบคุณแหล่งที่มา https://health.kapook.com/

Read Post →