สมุนไพร

สมุนไพรฝาง

สมุนไพรฝาง สุดยอดยาบำรุงโลหิตสตรี

, , No Comment

สมุนไพรฝาง

สมุนไพรฝาง มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ขวาง, ฝางแดง, หนามโค้ง (แพร่), ฝางส้ม (กาญจนบุรี), ฝางเสน (ทั่วไป, กรุงเทพฯ, ภาคกลาง), ง้าย (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), ลำฝาง (ลั้วะ), สะมั่วะ (เมี่ยน), โซปั้ก (จีน), ซูมู่ ซูฟังมู่ (จีนกลาง) เป็นต้น

ต้นฝาง จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง หรือเป็นไม้พุ่ม หรือไม้พุ่มกึ่งไม้เถาผลัดใบ มีความสูงของต้นประมาณ 5-13 เมตร ลำต้นและกิ่งมีหนามแข็งและโค้งสั้น ๆ อยู่ทั่วไป ถ้าเนื้อไม้หรือแก่นเป็นสีแดงเข้มและมีรสขมหวานจะเรียกว่า “ฝางเสน” แต่ถ้าแก่นไม้

เป็นสีเหลืองส้มและมีรสฝาดขื่นจะเรียกว่า “ฝางส้ม” พรรณไม้ชนิดนี้เป็นไม้กลางแจ้ง ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด เจริญเติบโตได้ดีในดินที่ร่วนซุย มักจะพบพรรณไม้ชนิดนี้ได้ตามป่าละเมาะ ป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง และตามเขาหินปูน

สมุนไพรฝาง

สรรพคุณทางยา ตำรายาแผนไทยระบุว่า แก่นมีรสขื่นขมและฝาดต้มกับน้ำดื่มเป็นยาบำรุงโลหิตสตรี แก้ปอดพิการ ขับหนอง ทำให้โลหิตเย็น แก้ท้องร่วง แก้ธาตุพิการ แก้ร้อนใน แก้โลหิตออกทางทวารหนักและเบา สรรพคุณแผลง แก่นรสชาติขมปน

หวาน แก้คุดทะราด แก้เสมหะ แก้โลหิตและแก้กำเดาได้ แก่น “ฝาง” มีสารให้สีแดงคือ BRAZILIN ต้มน้ำเป็นยานำทำ ยาอุทัย

Read Post →

สมุนไพรกาหลง

สมุนไพรแก้โรคสตรี สมุนไพรกาหลง

, , No Comment

สมุนไพรกาหลง สมุนไพรที่ผู้หญิงต้องร้องว้าว!!!

สมุนไพรกาหลง มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า เสี้ยวน้อย (เชียงใหม่), โยธิกา (นครศรีธรรมราช), กาแจ๊กูโด (มลายู-นราธิวาส), ส้มเสี้ยว
ต้นกาหลง เป็นพันธุ์ไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในป่าเมืองร้อนของหลายประเทศตั้งแต่ไทย ลาว พม่า กัมพูชา มาเลเซีย อินเดีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ฯลฯ โดยจัดเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก มีความสูงของต้นประมาณ 1-3 เมตร เปลือกลำต้นเรียบเป็นสีน้ำตาล กิ่งอ่อนและยอดอ่อนมีขนสีขาวขึ้นปกคลุม ส่วนกิ่งแก่ผิวค่อนข้างเกลี้ยงและไม่ค่อยมีขน ต้นกาหลงเป็นพันธุ์ไม้ที่มีอัตราการเจริญเติบโตปานกลาง เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี ชอบความชื้นปานกลางและชอบแสงแดดแบบเต็มวัน ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการตอนและการเพาะเมล็ด หากปลูกจากเมล็ดจะใช้ระยะเวลาประมาณ 2-4 ปีจึงจะออกดอกและติดฝัก

สมุนไพรกาหลง

สรรพคุณ

ดอกมีรสสุขุม ช่วยลดความดันโลหิต (ดอก)
ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ (ดอก], ราก)
ใบใช้รักษาแผลในจมูก (ใบ)
ดอกช่วยแก้เลือดออกตามไรฟัน (ดอก) บ้างก็ว่าในส่วนของต้นก็มีสรรพคุณแก้ลักปิดลักเปิดเช่นกัน (ต้น)
ต้นและรากเป็นยาแก้เสมหะ (ต้น, ราก)
ดอกช่วยแก้เสมหะพิการ (ดอก)
ช่วยแก้อาการอาเจียนเป็นเลือด (ดอก)
รากใช้ต้มเป็นยาดื่มช่วยแก้อาการไอ (ราก)
รากใช้เป็นยาแก้บิด (ราก)
ต้นกาหลงเป็นยาแก้โรคสตรี (ต้น)

ข้อควรระวังในการใช้
บริเวณใบและกิ่งของต้นกาหลง จะมีขนอ่อน ๆ ขึ้นอยู่ประปราย หากสัมผัสกับผิวหนังโดยตรงจะทำให้ระคายเคืองผิวหนังได้

 …

Read Post →

สมุนไพรเพชรสังฆาต

สมุนไพรเพชรสังฆาต ยาธาตุ ช่วยให้เจริญอาหาร

, , No Comment

สมุนไพรเพชรสังฆาต

สมุนไพรเพชรสังฆาต มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า สันชะควด (กรุงเทพ), ขั่นข้อ (ราชบุรี), สามร้อยต่อ (ประจวบคีรีขันธ์) เป็นต้น

ลักษณะของเพชรสังฆาต
ต้นเพชรสังฆาต เป็นไม้เถา เถาอ่อนสีเขียวเป็นสี่เหลี่ยมเป็นข้อต่อกัน
เพชรสังฆาต

ใบเพชรสังฆาต ใบเป็นใบเดี่ยวรูปสามเหลี่ยม แผ่นใบเรียบสีเขียวเป็นมัน ออกเรียงสลับตามข้อต้น ปลายใบมน โคนใบเว้า ขอบใบหยักมนห่าง ๆ ก้านยาว 2-3 เซนติเมตร
ดอกเพชรสังฆาต ดอกเป็นสีเขียวอ่อน ออกเป็นช่อตามข้อตรงข้ามกับใบ กลีบดอกมี 4 กลีบ โคนด้านนอกสีแดง ด้านในเขียวอ่อน เมื่อดอกบานเต็มที่จะงองุ้มไปด้านล่าง ที่ดอกมีเกสรเพศผู้ 4 อัน
ผลเพชรสังฆาต ผลเป็นรูปทรงกลม ผิวเรียบเป็นมัน ผลอ่อนสีเขียว ผลสุกสีแดงออกดำ ในผลมีเมล็ดกลมสีน้ำตาล 1 เมล็ด โดยส่วนที่นำมาใช้เป็นยาสมุนไพร ได้แก่ เถา ราก ใบยอดอ่อน และน้ำจากต้น

สมุนไพรเพชรสังฆาต

สรรพคุณ

เพชรสังฆาตใช้ปรุงเป็นยาธาตุ ช่วยให้เจริญอาหาร (น้ำจากต้น)
น้ำจากต้นเพชรสังฆาตใช้หยอดหู แก้น้ำหนวกไหล (น้ำจากต้น)
น้ำจากต้นเพชรสังฆาตใช้หยอดจมูก แก้เลือดเสียในสตรี ประจำเดือนไม่ปกติ (น้ำจากต้น)
ช่วยขับน้ำเหลืองเสีย (ต้น)
ใช้เถาเพชรสังฆาตคั้นเอาน้ำมาดื่มแก้โรคลักปิดลักเปิดหรือโรคเลือดออกตามไรฟันได้ (เถา, น้ำคั้นจากต้น)
ช่วยรักษาโรคลำไส้ที่เกี่ยวกับอาหารไม่ย่อย (ใบยอดอ่อน)
เพชรสังฆาตมีสรรพคุณช่วยขับลมในลำไส้ (เถา)
แก้อาการประจำเดือนมาไม่ปกติ (เถา, น้ำคันจากต้น)
แก้กระดูกแตก หัก ซ้น (เถา)
ใช้เป็นยาพอกเมื่อกระดูกหัก (ใบ, ราก)
ใช้เป็นยารักษาริดสีดวง
ด้วยการใช้เถาเพชรสังฆาตสด ๆ ประมาณ 2-3 องคุลีต่อหนึ่งมื้ออาหาร นำมารับประทานด้วยการสอดไส้ในกล้วยสุก หรือมะขามเปียก หรือใบผักกาดดองแล้วกลืนลงไป ห้ามเคี้ยว เนื่องจากสมุนไพรชนิดนี้จะมีผลึก Calcium Oxalate รูปเข็มเป็นจำนวนมาก การรับประทานสด ๆ อาจทำเกิดอาหารคันในปาก ระคายต่อเยื่อบุในปากและในลำคอได้ และการรับประทานจะใช้ระยะเวลาประมาณ 10-15 วัน อาการของโรคริดสีดวงก็จะดีขึ้น (เถา)
หรือจะใช้เถาแห้งนำมาบดเป็นผง ใส่แคปซูลเบอร์ 2 ขนาด 250 มิลลิกรัม รับประทานครั้งละ 2 แคปซูล วันละ 4 ครั้งก่อนอาหารและช่วงก่อนนอน รับประทานไปสัก 1 อาทิตย์ก็จะเห็นผล (เถา)…

Read Post →

สมุนไพรกระชาย

สมุนไพรกระชาย หรือ ว่านพระอาทิตย์

, , No Comment

สมุนไพรกระชาย

สมุนไพรกระชาย มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ว่านพระอาทิตย์ (กรุงเทพมหานคร), กระชายดำ กะแอน ขิงทราย (มหาสารคาม), จี๊ปู ซีฟู เปาซอเร๊าะ เป๊าสี่ เป๊าะสี่ ระแอน เป๊าะซอเร้าะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), ละแอน (ภาคเหนือ), ขิงจีน เป็นต้น
ต้นกระชาย มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนบริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจัดเป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าสั้น แตกหน่อได้ มีรากอวบ เป็นรูปทรงกระบอกหรือรูปทรงไข่ค่อนข้างยาว ปลายเรียว มีความยาวประมาณ 4-10 เซนติเมตร และกว้างประมาณ 1-2 เซนติเมตร ออกเป็นกระจุก ผิวมีสีน้ำตาลอ่อน ส่วนเนื้อในมีสีเหลืองและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มักพบขึ้นในป่าดิบร้อนชื้น

กระชาย มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนบริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจัดเป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าสั้น แตกหน่อได้ มีรากอวบ เป็นรูปทรงกระบอกหรือรูปทรงไข่ค่อนข้างยาว ปลายเรียว มีความยาวประมาณ 4-10 เซนติเมตร และกว้างประมาณ 1-2 เซนติเมตร ออกเป็นกระจุก ผิวมีสีน้ำตาลอ่อน ส่วนเนื้อในมีสีเหลืองและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มักพบขึ้นในป่าดิบร้อนชื้น
กระชาย

สมุนไพรกระชาย

คุณประโยชน์ของกระชาย

ประโยชน์กระชาย สามารถนำมาทำเป็นน้ำกระชายปั่น ดื่มเพื่อเพิ่มความสดชื่น บำรุงร่างกาย ทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าได้เป็นอย่างดี
น้ำกระชายช่วยทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่ายิ่งขึ้น ช่วยทำให้เหนื่อยลง
ช่วยทำให้เส้นผมแข็งแรง เปลี่ยนผมขาวให้กลับเป็นดำ ช่วยทำให้ผมบางกลับมาหนาขึ้น และช่วยแก้ปัญหาผมหงอก ผมร่วงได้
รากนำมาใช้เป็นเครื่องแกงในการประกอบอาหาร ช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อและปลาได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลาดุก ปลาไหล ปลากุลา เป็นต้น และยังทำให้อาหารมีกลิ่นและรสที่หอมแบบเป็นเอกลักษณ์อีกด้วย
รากกระชายสามารถช่วยไล่แมลงได้ ด้วยการนำตะไคร้ ข่า หอมแดง ใบสะเดาแก่ นำมาตำผสมกันแล้วใช้ผสมกับน้ำฉีดในบริเวณที่มีแมลงรบกวน…

Read Post →

จำปา

จำปา สรรพคุณรวมทั้งคุณประโยชน์ซึ่งมาจากจำปา 42 ข้อ

, , No Comment

จำปา

จำปา

จำปา ชื่อสามัญ Champaca, Champak, Orange chempaka, Golden champa, Sonchampa

จำปา ชื่อวิทยาศาสตร์ Magnolia champaca (L.) Baill. ex Pierre (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Michelia champaca L.) จัดอยู่ในตระกูลจำปา (MAGNOLIACEAE)

สมุนไพรจำปา มีชื่อแคว้นอื่นๆว่า จำปาเขา จำปาทอง (นครศรีธรรมราช), จำปาป่า (สุราษฎร์), จุมปา จุ๋มป๋า (ภาคเหนือ), จำปากอ (มลายู-ภาคใต้), มณฑาดอย ฯลฯ

ลักษณะของจำปา

ต้นจำปา: มีถิ่นเกิดทางตอนใต้ของจีน ไทย ประเทศอินเดีย อินโดนีเซีย และก็มาเลเซีย โดยจัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ลำต้นตรง มีความสูงโดยประมาณ 15-30 เมตร ลักษณะเป็นทรงพุ่มโปร่งเป็นรูปกรวยคว่ำ ออกจะโปร่ง แตกกิ่งไม่น้อยเลยทีเดียวที่ยอด ที่เปลือกมีสีเทาอมขาวรวมทั้งมีกลิ่นแรง โดยต้นจำปาจะเพาะพันธุ์ด้วยแนวทางเพาะเมล็ด การทาบกิ่ง และก็การตอนกิ่ง

ใบจำปา: ลักษณะใบเป็นใบเดี่ยว ใบใหญ่สีเขียวเป็นเงา ลักษณะก็จะคล้ายรูปรีแกมขอบขนาน กว้างราว 4-10 ซม. และก็ยาวราว 10-25 ซม. โคนใบสอบ ปลายใบแหลม เนื้อใบบาง ใบอ่อนจะมีขน ส่วนใบแก่จะเกลี้ยง ใบมีเส้นใบราวๆ 16-20 คู่ รวมทั้งก้านใบยาวราวๆ 2-4 ซม. โคนก้านใบป่อง

ดอกจำปา: ลักษณะเป็นดอกเดี่ยวสีเหลืองอมแสด ดอกมีกลิ่นหอมสดชื่นแรง มีดอกตามซอกใบใกล้ๆปลายกิ่ง ดอกตั้ง ดอกตูมเป็นรูปกระสวย มีแผ่นสีเขียวหุ้มอยู่แล้วก็จะหลุดไปเมื่อดอกบาน ที่กลีบรวมทั้งกลีบเลี้ยงจะมีลักษณะเช่นเดียวกัน มีจำนวน 12-15 กลีบ แต่ละกลีบรูปยาวรีปนรูปหอก กว้างราวๆ 1-1.5 ซม.แล้วก็มีความยาวราว 4-4.5 ซม. ดอกจะเริ่มแย้มแล้วก็ส่งกลิ่นหอมในตอนเวลาค่ำ แล้วก็ในเช้าตรู่วันต่อมากลีบก็จะกางออกมาจากกัน แล้วก็ร่วงหล่นในเวลาเย็น ดอกจำปาสามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี แม้กระนั้นจะมีมากมายหน่อยในตอนต้นหน้าฝน แต่ว่าจำต้องใช้เวลาปลูกเป็นเวลานานกว่า 3 ปีก็เลยจะออกดอก

ผลจำปา: จะออกเป็นกลุ่ม มีความยาวโดยประมาณ 6-9 ซม. ผลย่อยออกจะกลม มีเส้นผ่านศูนย์กลางราวๆ 1 ซม. สามารถติดผลได้ดี มีเม็ดหลายเม็ด มีสีดำ เม็ดค่อนข้างจะกลม เปลือกหุ้มเมล็ดสีแดงแสด มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราว 0.5 ซม.

สรรพคุณของจำปา

  • ช่วยบำรุงธาตุ (ดอก, ผล, เมล็ด)
  • จำปามีสรรพคุณช่วยบำรุงหัวใจ (ดอก)
  • ช่วยบำรุงประสาท (ดอก)
  • ช่วยกระจายโลหิต (ดอก)
  • ดอกจำปามีสรรพคุณช่วยบำรุงโลหิต (ดอก, เนื้อไม้)
  • ช่วยทำให้เลือดเย็น (ดอก)
  • ช่วยแก้โรคเส้นประสาทพิการ (ใบ)
  • ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ (น้ำมันกลั่นจากดอก)
  • ช่วยแก้อาการวิงเวียนศีรษะ อ่อนเพลีย หน้ามืดตาลาย (ดอก)
  • ช่วยแก้คลื่นเหียน อาเจียน (ดอก, ผล, เมล็ด)
  • ช่วยแก้อาการไข้ (เปลือกต้น, ผล)
  • ช่วยแก้ไข้อภิญญาณ (ใบ)
  • ช่วยแก้พิษสำแลง (ไข้ซ้ำ) (กระพี้)
  • ช่วยระงับอาการไอ (ใบ)
  • ช่วยแก้อาการคอแห้ง (เปลือก)
  • ช่วยแก้อาการตาบวม (น้ำมันกลั่นจากดอก)
  • ช่วยขับเสมหะ (ใบ)
  • ช่วยทำให้เสมหะในลำคอเกิด (เปลือกต้น)
  • ช่วยแก้ป่วงของทารก (ใบ)
  • เปลือกรากใช้เป็นยาถ่าย (เปลือกราก, เปลือกต้น)
  • ใบนำมาตำคั้นเอาแต่น้ำ ใช้รักษาโรคลำไส้ใหญ่อักเสบได้ (ใบ)
  • ช่วยขับลม (ดอก)
  • ช่วยขับพยาธิ (เปลือกราก)
  • ช่วยขับปัสสาวะ (ดอก, ผล, เมล็ด)
  • ยางช่วยแก้ริดสีดวงทวาร (ยาง)
  • ช่วยบำรุงน้ำดี (ดอก)
  • ช่วยแก้โรคไต (ดอก)
  • ช่วยฝาดสมาน (เปลือกต้น)
  • ช่วยถอนพิษสำแดง (กระพี้)
  • ช่วยรักษาแผลที่เท้าและอาการเท้าแตก (ผล, เมล็ด)
  • เปลือกหุ้มรากและรากแห้ง ใช้ผสมกับนมสำหรับบ่มฝี (ราก,

Read Post →

อัญชัน

อัญชัน สรรพคุณรวมทั้งคุณประโยชน์จาก ดอกอัญชัน

, , No Comment

อัญชัน

อัญชัน ชื่อสามัญ Butterfly pea, Blue pea

อัญชัน ชื่อวิทยาศาสตร์ Clitoria ternatea L. จัดอยู่ในตระกูลถั่ว (FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE) และก็อยู่ในตระกูลย่อยถั่ว FABOIDEAE (PAPILIONOIDEAE หรือ PAPILIONACEAE)

สมุนไพรอัญชัน มีชื่อท้องถิ่นอื่นๆว่า แดงชัน (จังหวัดเชียงใหม่), เอื้องชัน (ภาคเหนือ) ฯลฯ

อัญชันเป็นพืชที่มีต้นกำเนิดในแถบอเมริกาใต้ ปลูกทั่วๆไปในเขตร้อน รูปแบบของดอกอัญชันจะมีสีขาว สีฟ้า สีม่วง ส่วนกึ่งกลางดอกจะมีสีเหลือง และก็ทรงเหมือนหอยเชลล์ มีคุณประโยชน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพราะว่ามีสารที่ชื่อว่า แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ซึ่งมีบทบาทไปช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆได้ดีเยอะขึ้น เช่น ไปเลี้ยงรอบๆรากผม ซึ่งช่วยให้ผมดกดำ เงางาม หรือไปเลี้ยงรอบๆดวงตาก็เลยช่วยบำรุงรักษาสายตาไปด้วยในตัว หรือไปเลี้ยงรอบๆปลายนิ้วมือ ซึ่งก็จะช่วยแก้อาการเหน็บชาได้ด้วย รวมทั้งที่สำคัญสารนี้ยังมีความเด่นที่คนอีกจำนวนไม่น้อยยังไม่รู้จัก ซึ่งก็คือช่วยลดการเสี่ยงของการเกิดเส้นโลหิตตันได้ รวมทั้งการ กินดอกอัญชันทุกๆวัน…วันละหนึ่งดอก จะช่วยปกป้องโรคเส้นโลหิตสมองตีบได้อีกด้วย

สรรพคุณของ อัญชัน

  • น้ำอัญชันมีส่วนช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย
  • เครื่องดื่มน้ำอัญชันช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกายและเพิ่มพลังงานให้ร่างกาย
  • มีส่วนช่วยในการชะลอวัยและริ้วรอยแห่งวัย
  • ชดอกชมีส่วนช่วยในการบำรุงสมอง เพิ่มการไหลเวียนเลือด
  • ดอกอัญชันมีฤทธิ์ในการละลายลิ่มเลือด
  • ช่วยป้องกันโรคเส้นเลือดสมองตีบ
  • ช่วยรักษาอาการผมร่วง (ดอก)
  • อัญชันทาคิ้ว ทาหัว ใช้เป็นยาปลูกผม ปลูกขนช่วยให้ดกดำเงางามยิ่งขึ้น (น้ำคั้นจากดอก)
  • ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดเส้นเลือดอุดตัน
  • ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจอุดตัน
  • ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็งด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
  • ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน
  • อัญชันมีคุณสมบัติในการช่วยล้างสารพิษและของเสียออกจากร่างกาย
  • ช่วยบำรุงสายตา แก้อาการตาฟาง ตาแฉะ (น้ำคั้นจากดอกสดและใบสด)
  • ช่วยป้องกันโรคต้อกระจก ต้อหิน ตาเสื่อมจากโรคเบาหวาน (ดอก)
  • ช่วยเพิ่มความสามารถในการมองเห็นให้ดียิ่งขึ้น
  • นำรากไปถูกับน้ำฝน นำมาใช้หยอดตาและหู (ราก)
  • นำมาถูฟันแก้อาการปวดฟันและทำให้ฟันแข็งแรง (ราก)
  • ใช้เป็นยาระบาย แต่อาจทำให้คลื่นไส้อาเจียนได้ (เมล็ด)
  • ใช้รากปรุงเป็นยาขับปัสสาวะ (ราก,ใบ)
  • แก้อาการปัสสาวะพิการ
  • ใช้แก้อาการฟกช้ำ (ดอก)
  • ช่วยป้องกันและแก้อาการเหน็บชาตามนิ้วมือนิ้วเท้า
  • นำมาทำเป็นเครื่องดื่มน้ำอัญชันเพื่อใช้ดับกระหาย
  • ดอกอัญชันตากแห้งสามารถนำมาชงดื่มแทนน้ำชาได้เหมือนกัน
  • ดอกอัญชันนำมารับประทานเป็นผัก เช่น นำมาจิ้มน้ำพริกสด ๆ หรือนำมาชุบแป้งทอดก็ได้
  • น้ำดอกอัญชันนำมาใช้ทำเป็นสีผสมอาหารโดยให้สีม่วง เช่น ขนมดอกอัญชัน ข้าวดอกอัญชัน (ดอก)
  • ช่วยปลูกผมทำให้ผมดกดำขึ้น (ดอก)
  • ใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อย่าง ครีมนวดผม ยาสระผม เป็นต้น
  • นิยมนำมาปลูกไว้ตามรั้วบ้านเพื่อความสวยงาม

Read Post →

กระชายแดง

กระชายแดง สรรพคุณรวมทั้งคุณประโยชน์ของกระชายแดง 26 ข้อ

, , No Comment

กระชายแดง

กระชายแดง ชื่อวิทยาศาสตร์ Boesenbergia pandurata (Roxb.) Schltr., Gastrochilus pandurata (Roxb.) Ridl., Kaempferia pandurata Roxb.4 จัดอยู่ในวงศ์ขิง (ZINGIBERACEAE)

สมุนไพรกระชายแดง มีชื่อเขตแดนอื่นๆว่า กระชายป่า, ขิงแคลง, ขิงแดง, ขิงทราย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ), ขิงละแอน (ภาคเหนือ) ฯลฯ

สรรพคุณ

กระชายแดง

  • ว่านกระชายแดงใช้เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยแก้โรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ทำให้ร่างกายแข็งแรง ด้วยการใช้หัวตากแห้งนำมาบดละเอียดละลายผสมกับน้ำผึ้งแล้วปั้นเป็นยาลูกกลอนกินเป็นประจำก่อนอาหารเช้าและเย็น (หัว)
  • ช่วยบำรุงกำลัง ทำให้กระชุ่มกระชวย (หัว)
  • ช่วยบำรุงระบบประสาทให้ทำงานได้ดีขึ้น (หัว)
  • ช่วยบำรุงกำหนัด แก้กามตายด้าน ทำให้ร่างกายกระชุ่มกระชวย ด้วยการใช้หัวแห้งนำมาบดผสมกับน้ำผึ้งเป็นยาลูกกลอนรับประทาน (หัว)
  • ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดแข็งตัว (หัว)
  • ช่วยป้องกันโรคเบาหวาน (หัว)
  • ช่วยรักษาโรคในช่องปากต่าง ๆ แก้ปากเปื่อย ปากแตก มีแผลในช่องปาก (หัว)
  • ช่วยรักษามะเร็งเม็ดเลือด จาการวิจัยใหม่พบว่ากระชายแดงเป็นส่วนประกอบในการรักษามะเร็งเม็ดเลือด (BVHJ) ซึ่งมีส่วนผสมดังนี้ กระชายแดงทั้งต้น 50 กรัม, แพงพวยดอกขาวทั้งต้น 50 กรัม, หญ้างวงช้างทั้งต้น 50 กรัม, และสบู่แดงทั้งต้น 50 กรัม นำมาบดรวมกันให้เป็นผง ใช้ชงกับน้ำร้อนดื่มหลังอาหารครั้งละ 2 ช้อนชา วันละ 3 เวลา (ทั้งต้น)
  • ช่วยรักษามะเร็งกระดูก (BOE) โดยใช้กระชายแดงนำมาบดให้เป็นผง ใช้กินก่อนอาหารครั้งละ 2 ช้อนชา (ไม่ระบุว่ากินอย่างไร แต่คาดว่าน่าจะใช้ชงกับน้ำร้อนดื่ม) วันละ 3 เวลา อาการจะดีขึ้น (ไม่ระบุว่าเป็นส่วนไหน)
  • ช่วยแก้ลมอันเกิดแก่กองหทัยวาตะหรือลมในหัวใจ ที่ทำให้จิตใจระส่ำระสาย แก้อาการใจสั่น (หัว)
  • ช่วยแก้อาการปวดมวนในท้อง (หัว)
  • ช่วยแก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ลมจุกเสียดได้ดี มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย E.coli ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของอาการจุกเสียดแน่น (หัว)
  • สาร Cineole ในกระชายแดงมีฤทธิ์ช่วยลดการบีบตัวของลำไส้ได้ จึงช่วยลดอาการปวดเกร็งได้
  • ช่วยแก้อาการปวดเบ่ง (หัว)
  • ช่วยแก้อาการบิดมูกเลือด (หัว)
  • ช่วยรักษาโรคลำไส้ใหญ่อักเสบ (หัว)
  • ช่วยแก้โรคพยาธิ ด้วยการใช้หัวนำมาปั้นเป็นยาลูกกลอนรับประทานก่อนเข้านอนทุกวัน (หัว)หัวกระชายแดง
  • ช่วยขับระดูขาว แก้มุตกิดระดูขาวของสตรี (หัว)
  • น้ำมันหอมระเหยมีฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการหดตัวของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อในระบบทางเดินอาหาร
  • ป้องกันมะเร็งและช่วยทำให้ตับทำงานกำจัดสารพิษได้ (หัว)
  • จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดลระบุว่า สาร Pinostrobin ในกระชายมีฤทธิ์ช่วยต้านการเจริญเติบโตของเชื้อราซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคกลาก 3 ชนิด และช่วยต้านการเจริญของเชื้อ Candida albican ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการตกขาวในสตรี
  • ช่วยป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อม (หัว)
  • กระชายแดงมีสรรพคุณที่เหมือนกับกระชายเหลือง โปรดอ่านเพิ่มเติมที่ สรรพคุณและประโยชน์ของกระชาย 49 ข้อ ! (กระชายเหลือง)
  • ตามตำราว่านระบุว่าสรรพคุณของกระชายแดงนั้นเหมือนสรรพคุณของกระชายดำทุกอย่าง เพียงแต่ว่าจะมีความพิเศษกว่าก็ตรงที่การนำมาใช้รักษาผู้ที่ถูกคุณไสย โปรดอ่านเพิ่มเติมที่ สรรพคุณและประโยชน์ของกระชายดำ 45 ข้อ

ประโยชน์ของกระชายแดง

  • หน่ออ่อนสามารถนำมาใช้ปรุงรสในน้ำยาขนมจีน และใช้บริโภคเป็นผัดสดร่วมกับน้ำพริกได้
  • มีการนำกระชายแดงมาใช้เพื่อแก้การถูกคุณไสย ด้วยการใช้หัวนำมาโขลกให้ละเอียดผสมกับน้ำผึ้งปั้นเป็นยาลูกกลอน แล้วเสกด้วยคาถาบทสวดสรรเสริญพระพุทธคุณ “อิติปิโสภะคะวา จนถึง ภะคะวาติ” ให้ครบ 16 จบ ก่อนนำให้ผู้ถูกคุณไสยรับประทาน หรือนำมาใช้ในทางอยู่ยงคงกระพันชาตรี

 

แหล่งที่มา.. longtailprosoftware.org

Read Post →

กะตังใบ

กะตังใบ สรรพคุณและคุณประโยชน์ซึ่งมาจากต้นกะตังใบ 17 ข้อ

, , No Comment

กะตังใบ

กะตังใบ ชื่อสามัญ Bandicoot Berry

กะตังใบ ชื่อวิทยาศาสตร์ Leea indica (Burm.f.) Merr. จัดอยู่ในสกุลองุ่น (VITACEAE)

สมุนไพรกะตังใบ มีชื่อท้องถิ่นอื่นๆว่า ขี้หมาแฉะ (นครราชสีมา), ต้างไก่ (อุบลราชธานี), ค่ะนางใบ (จังหวัดตราด), กะตังใบ (กรุงเทพฯ, เมืองจันท์, จังหวัดเชียงใหม่), ช้างเขิง ดังหวาย (จังหวัดนราธิวาส), บังบายต้น บั่งบายต้น (จังหวัดตรัง), ตองจ้วม ตองต้อม (ภาคเหนือ), ไม้ชักป้าน (ไทใหญ่), เหม่โดเหมาะ (กะเหรี่ยงแดง), ช้างเขิง (เงี้ยว), ต้มแย่แงง (เมี่ยน), อิ๊กะ (ม้ง), ช้างเขิง (ฉาน), กระตังใบ, เรือง, เขืองแข้งม้า ฯลฯ

สรรพคุณของกะตังใบ

  • รากมีรสเย็นเมาเบื่อ เป็นยาเย็น ตำรายาไทยจะใช้เป็นยาขับเหงื่อ ระงับความร้อน แก้ไข้ แก้ไข้รากสาด แก้อาการกระหายน้ำ (ราก)
  • อินโดนีเซียจะใช้สมุนไพรประเภทนี้เป็นยาพอกศีรษะแก้ไข้ (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)
  • ชาวม้งจะใช้ลำต้นต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ไอ (ลำต้น)
  • ใบนำปิ้งไฟให้เกรียม ใช้เป็นยาพอกศีรษะแก้วิงเวียน มึนงง (ใบ)
  • ทั้งยังต้นใช้ผสมกับสมุนไพรประเภทอื่น ต้มกับน้ำกินเป็นยารักษามะเร็งเต้านม (ทั้งยังต้น)
  • น้ำยางจากใบอ่อนใช้รับประทานเป็นยาช่วยสำหรับในการย่อย (น้ำยางจากใบอ่อน)
  • รากใช้ต้มกับน้ำเป็นยาแก้ปวดท้อง ท้องเสีย ท้องร่วง แล้วก็แก้บิด (ราก) (หนังสือเรียนยาพื้นบ้านอีสานจะใช้รากผสมกับลำต้นขมิ้นเครือ ลำต้นปวดเมื่อยดูก แล้วก็รากตากวาง อย่างละเสมอกัน ต้มกับน้ำเดือดใช้ดื่มแก้ท้องเสีย) ส่วนชาวม้งจะใช้
  • ส่วนของลำต้นเอามาต้มกับน้ำเป็นยาแก้อาการท้องเสียแล้วก็รักษาโรคนิ่ว (ลำต้น)
  • รากและก็ลำต้นใช้ต้มกับน้ำกินเป็นยาแก้อาการฉี่ขัดรวมทั้งรักษาโรคนิ่ว (รากรวมทั้งลำต้น)
  • รากใช้ผสมกับสมุนไพรอื่น เอามาต้มกับน้ำดื่มวันละ 3 ครั้ง จนกระทั่งยาหมดรสฝาด จะมีคุณประโยชน์เป็นยาแก้ตกขาวของสตรี โรคมะเร็งมดลูก โรคมะเร็งไส้ (ราก)
  • ใช้ต้มรับประทานเป็นยาแก้ปวดเหมื่อยตามเนื้อตามตัว (ราก)
  • ใบใช้ตำพอกเป็นยาแก้อาการคันหรือผื่นคันตามผิวหนัง (ใบ)
  • แพทย์ยาท้องถิ่นในจังหวัดอุบลราชธานีจะนำรากมาฝนกับสุราใช้ทารักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก (ราก)
  • รากใช้ต้มรับประทานเป็นยาพาราเมื่อยล้าตามร่างกาย (ราก) หรือจะใช้ใบเอามาตำพอกแก้เมื่อยกล้ามก็ได้ (ใบ)
  • ใบใช้ต้มอาบช่วยทำนุบำรุงร่างกายให้บริบูรณ์ (ใบ)

ประโยช์จากกะตังใบ

  • ผลสุกใช้กินได้และก็ใช้เป็นเหยื่อสำหรับตกปลา
  • ชาวกะเหรี่ยงแดงจะใช้ใบเอามาต้มให้หมูรับประทาน
  • ใบอ่อน ยอดอ่อน ใช้กินเป็นผักสดร่วมกับน้ำพริก หรือเอามาลวกหรือต้มกิน โดยจะมีรสฝาดมัน
  • ยิ่งกว่านั้นยังมีการใช้รากของต้นกะตังใบ เอามาตำใส่แผลที่มีหนองของวัว ควาย และก็ช้างอีกด้วย

 

แหล่งที่มา.. longtailprosoftware.org

Read Post →

กวาวเครือขาว

กวาวเครือขาว สรรพคุณรวมทั้งคุณประโยชน์ซึ่งมาจากกวาวเครือขาว 33 ข้อ

, , No Comment

กวาวเครือขาว

กวาวเครือขาว (Pueraria mirifica) หรือ White kwao krua

กวาวเครือขาว ชื่อวิทยาศาสตร์ Pueraria candollei var. mirifica (Airy Shaw & Suvat.) Niyomdham (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Pueraria mirifica Airy Shaw & Suvat.) จัดอยู่ในวงศ์ถั่ว (FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE) รวมทั้งอยู่ในวงศ์ย่อยถั่ว FABOIDEAE (PAPILIONOIDEAE หรือ PAPILIONACEAE) เหมือนกับกวาวเครือแดง

สมุนไพรกวาวเครือขาว จัดเป็นไม้เลื้อยหรือพืชในเชื้อสายถั่ว โดยเป็น 1 ใน 4 จำพวกของกวาวเครือทั้งปวง มีหัวอยู่ใต้ดิน ลักษณะกลม มีหลายขนาด ถ้าเกิดหัวที่แก่มากมายบางทีอาจหนักถึง 20 กิโล เมื่อเอามีดผ่าค่อนข้างจะมียางสีขาวเหมือนน้ำนม เนื้อในจะมีสีขาวเหมือนมันแกว เนื้อเปราะ มีเส้นมากมาย ท่อนหัวเล็ก เนื้อในจะละเอียด มีน้ำมากมาย แล้วก็นิยมเพาะปลูกหรือพบบ่อยทางภาคเหนือรวมทั้งอีสานของประเทศ

สรรพคุณของกวาวเครือขาว

  1. ประโยชน์ของกวาวเครือขาวช่วยบำรุงผิวพรรณให้เต่งตึง เปล่งปลั่งสดใส นุ่มนวลเรียบเนียน
  2. เป็นสมุนไพรอายุวัฒนะ มีส่วนช่วยในการชะลอวัย
  3. ประโยชน์กวาวเครือขาวช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย และลดเลือนริ้วรอยบริเวณผิวหน้าและผิวกาย
  4. กวาวเครือขาวมีสรรพคุณช่วยขยายทรวงอกให้มีขนาดใหญ่ขึ้น แก้ปัญหาทรวงอกหย่อนคล้อยให้กลับมาเต่งตึงเหมือนเดิม
  5. ช่วยเพิ่มปริมาณเส้นผมและช่วยให้เส้นผมดกดำ
  6. ช่วยให้ผมขาวกลับคืนสภาพปกติ ลดการหลุดร่วงของเส้นผม
  7. ฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นมีส่วนช่วยลดความมันบนใบหน้า
  8. มีส่วนในการช่วยลดสิว ฝ้า กระ
  9. ช่วยสมานริ้วรอยบนใบหน้าจากความหยาบกร้าน
  10. ช่วยเพิ่มความกระชุ่มกระชวยให้กับร่างกาย
  11. ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย
  12. ช่วยแก้อาการอ่อนเพลีย เมื่อยล้าของร่างกาย
  13. ช่วยให้นอนหลับสบาย
  14. บำรุงสมอง ช่วยให้ความจำดีขึ้น
  15. สำหรับผู้ที่ผอมแห้ง จะช่วยทำให้ดูอ้วนท้วมสมบูรณ์ขึ้น
  16. ช่วยให้รับประทานอาหารได้รสชาติอร่อยขึ้น
  17. ช่วยบำรุงโลหิต ทำให้มีพลัง
  18. ช่วยป้องกันโรคตาฟาง และต้อกระจก
  19. ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนได้
  20. ช่วยบำรุงอวัยวะสืบพันธุ์ให้เจริญ
  21. ใช้เป็นฮอร์โมนทดแทนในเพศหญิงได้ ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน
  22. ช่วยรักษาอาการหมดประจำเดือนในวัยก่อนและหลังหมดประจำเดือนที่มีอาการบกพร่องของฮอร์โมนเอสโตรเจน
  23. ช่วยทำให้ช่องคลอดของหญิงวัยทองไม่แห้งด้วย
  24. มีช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งมดลูก
  25. แก้อาการปวดประจำเดือน ปัญหาประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ทำให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ
  26. ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย
  27. ช่วยให้การเคลื่อนไหว การเดินเหินคล่องแคล่วขึ้น
  28. มีส่วนช่วยลดและรักษาอาการ vasomotor (อาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกกลางคืน)
  29. สำหรับผู้ที่เคยมีบุตรแล้วจะช่วยทำให้ช่องคลอดกระชับขึ้น และช่วยลดปัญหาหน้าท้อง สะโพก ต้นขาลายได้
  30. สำหรับผู้ที่มีบุตรยาก เชื่อว่าจะทำให้มีบุตรง่ายขึ้น
  31. มีการศึกษาทดลองในสัตว์ต่าง ๆ (หนู สุนัข แมว) พบว่ากวาวเครือขาวช่วยคุมกำเนิดได้ทั้ง 2 เพศ คือ ทำให้สัตว์เพศผู้ไม่อยากผสมพันธุ์ ส่วนเพศเมียช่องคลอดและมดลูกจะขยายใหญ่ ทำให้การตกไข่ถูกยับยั้ง
  32. ในการรับประทานไม่ควรหวังผลในการเพิ่มขนาดทรวงอกหรือบำรุงสมรรถภาพทางเพศ เพราะยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันทางด้านความปลอดภัยและคุณสมบัติอย่างชัดเจน แต่ควรใช้เพื่อบำรุงร่างกาย แก้ปัญหาประจำเดือนซะมากกว่า
  33. นำมาผลิตเป็นกวาวเครือขาวแคปซูลและกวาวเครือขาวแบบครีมเพื่อช่วยขยายหน้าอก

 

แหล่งที่มา.. longtailprosoftware.org

Read Post →

กัญชง

กัญชง สรรพคุณและก็ประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากต้นกัญชง 14 ข้อ

, , No Comment

กัญชง

กัญชง ชื่อสามัญ Hemp (เฮมพ์)

กัญชง ชื่อวิทยาศาสตร์ Cannabis sativa L. subsp. Sativa จัดอยู่ในวงศ์กัญชา (CANNABACEAE)

กัญชง กับ กัญชา
มีผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยมักหลงผิดรู้สึกว่า ต้นกัญชงก็คือกัญชา แม้กระนั้นโดยความเป็นจริงแล้วต้นกัญชงเพียงแค่มีลักษณะคล้ายกับต้นกัญชาในด้านลักษณะทางวิชาพฤกษศาสตร์แค่นั้น ไม่ใช่พืชที่เป็นสิ่งเสพติดราวกับกัญชา เพียงต้นกัญชงเป็นพืชที่นิยมเอามาดัดแปลงทำเป็นสินค้าเกี่ยวกับการถักทอ

กัญชง รวมทั้ง กัญชา เป็นพืชที่มีบ้านเกิดเมืองนอนมาจากพืชประเภทเดียวกัน โดยมีบ้านเกิดเมืองนอนในเขตอบอุ่น ทางตอนใต้ของประเทศไซบีเรีย ประเทศอิหร่าน แว่นแคว้นแคชภรรยาร์ของอินเดีย แล้วก็ในทางภาคเหนือของจีน จนได้สายพันธุ์ที่มีความไม่เหมือนไปจากสายพันธุ์เดิมแล้วกำเนิดเป็นพืชที่เรียกว่า กัญชง

โดยต้นกัญชง (Hemp ชื่อวิทยาศาสตร์ Cannnabis sativa L. Subsp. sativa) จะมีลำต้นสูงมากไปกว่า 2 เมตร ข้อหรือข้อยาว แตกกิ่งก้านน้อยรวมทั้งแตกกิ่งไปในทำนองเดียวกัน เปลือกเหนียวลอกง่าย ให้เส้นใยยาวประสิทธิภาพสูง แผ่นใบเป็นสีเขียวอมเหลือง ใบมีแฉกโดยประมาณ 7-9 แฉก การจัดตัวของใบค่อนข้างจะห่าง เมื่อมีดอกจะมียางที่ช่อดอกไม่มากมาย เม็ดมีขนาดใหญ่และก็เป็นลายบ้าง ผิวเม็ดหยาบคายด้าน ใบเมื่อเอามาดูดจะมีกลิ่นหอมสดชื่นน้อย ทำให้ผู้เสพปวดศีรษะ มีสาร tetrahydrocannabinol (THC) น้อยกว่า 0.3% การปลูกระยะห่างระหว่างต้นจะแคบ เนื่องจากปลูกเพื่ออยากได้เส้นใยเพียงอย่างเดียว

ในช่วงเวลาที่ต้นกัญชา (Marijuana ชื่อวิทยาศาสตร์ Cannabis sativa L. Subsp. indica (Lam.) E. Small & Cronquist) จะมีความสูงไม่ถึง 2 เมตร บ้องหรือข้อสั้น แตกกิ่งก้านมากมายรวมทั้งแตกกิ่งเป็นแบบสลับ เปลือกไม่เหนียว ลอกได้ยาก ให้เส้นใยสั้นมีคุณภาพต่ำ แผ่นใบเป็นสีเขียวถึงเขียวจัด ใบมีราว 5-7 แฉก การจัดตัวของใบจะชิดกัน เมื่อมีดอกจะมียางที่ช่อดอกมากมาย เม็ดมีขนาดเล็ก ผิวเม็ดแวววาว ใบเมื่อเอามาดูดจะมีกลิ่นหอมสดชื่นเหมือนหญ้าแห้ง มีสาร (tetrahydrocannabinol (THC) โดยประมาณ 1-10% การปลูกระยะห่างระหว่างต้นจะกว้าง ด้วยเหตุว่าปลูกเพื่ออยากใบ

สรรพคุณของกัญชง

  1. ใบมีคุณประโยชน์เป็นยาบำรุงเลือด (ใบ)
  2. ช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลาย สดชื่น ช่วยทำให้นอนสบาย ช่วยรักษาอาการวิงเวียนศีรษะ ปวดหัวหรือไมเกรน แล้วก็ช่วยแก้หิว (ใบ)
  3. ใช้รักษาโรคท้องเสีย โรคบิด (ใบ)
  4. ความคิดของชาวม้งจะใช้เม็ดสดเป็นยาสลายนิ่ว โดยเอามาเคี้ยวใหม่ๆ(เม็ด)
  5. ช่วยทุเลาลักษณะการเจ็บปวด คลายกล้าม รักษาโรคโรคเกาต์ (ใบ)

คุณประโยชน์ของกัญชง

  1. เปลือกจากลำต้นให้เส้นใยเพื่อนำไปใช้ทำเป็นด้ายและก็เชือก ใช้ในลัษณะของการทอผ้า ทำเครื่องแต่งตัว อื่นๆอีกมากมาย ยิ่งกว่านั้นยังคงใช้ในพิธีการต่างๆรวมทั้งใช้เป็นรองเท้าของผู้ตายเพื่อเดินทางไปสู่สรวงสวรรค์ ใช้ทำเป็นสายสิญจน์ในพิธีการต่างๆแล้วก็ใช้ในพิธีการอัวเน้งหรือพิธีการเข้าเจ้า ซึ่งเป็นงานขนบธรรมเนียมสำคัญของชาวม้ง เส้นใยจากต้นกัญชงนั้นมีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของคนม้ง
  2. เนื้อของลำต้นที่ลอกเปลือกออกแล้วสามารถเอามาผลิตเป็นกระดาษได้
  3. แกนของต้นกัญชงจะมีคุณลักษณะสำหรับการดูดซึมกลิ่น น้ำ หรือน้ำมันเจริญ ในต่างชาตินิยมนำไปผลิตเป็นพลังงานชีวมวลในแบบต่างๆตัวอย่างเช่น ถ่าน, Alcohol, Ethanol, Methanol นอกเหนือจากนี้ แกนกัญชงยังถูกนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการตกแต่งตึกและก็เครื่องเรือนอีกด้วย
  4. เม็ดใช้เป็นของกินของคนและก็นก เม็ดกัญชงที่เก็บได้สามารถเอามาสกัดเอาน้ำมันมาใช้ในลัษณะของการทำอาหารได้ ซึ่งจากการเล่าเรียนก็พบว่า ในน้ำมันจากเม็ดนั้นมีโอเมก้า3 สูงมากมาย ยิ่งไปกว่านี้ยังมีโอเมก้า 6, โอเมก้า 9, linoleic acid, alpha- แล้วก็ gamma-linolenic acid แล้วก็สารในกรุ๊ปวิตามิน ยกตัวอย่างเช่น วิตามินอี ซึ่งเมื่อบริโภคแล้วจะมีคุณประโยชน์ต่อการปกป้องโรคหัวใจแล้วก็เส้นเลือด รวมทั้งช่วยลดการเกิดโรคมะเร็งภายในร่างกายได้อีกด้วย
  5. น้ำมันจากเม็ดสามารถไปผลิตเป็นน้ำมันซักแห้ง ทำสบู่ เครื่องแต่งหน้า ครีมป้องกันแสงแดด ยาสระผม สบู่ โลชั่นสำหรับดูแลผิว ลิป ลิปบาล์ม แผ่นมาส์กหน้า และก็ยังรวมทั้งเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง และก็ถูกปรับปรุงเป็นตำรับครีมน้ำมันกัญชงที่ให้ความชื้นแล้วก็ช่วยทำนุบำรุงผิวแห้งเพื่อรักษาโรคผิวแห้งคันแล้วก็สะเก็ดเงินที่เห็นผลอย่างดีเยี่ยม
  6. เม็ดนอกเหนือจากที่จะให้น้ำมันแล้ว ยังพบว่ามีโปรตีนสูงมากมายอีกด้วย โดยสามารถประยุกต์ใช้สำหรับเพื่อการทำสินค้าต่างๆได้มากมาย ตัวอย่างเช่น เนย ชีส เต้าหู้ โปรตีนเกษตร นม ไอศกรีม น้ำสลัด อาหารหวาน อาหารเสริม อื่นๆอีกมากมาย หรือผลิตเป็นแป้งชดเชยถั่วเหลืองได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งในอนาคตบางทีอาจใช้เป็นช่องทางสำหรับในการบริโภคแทนถั่วเหลืองซึ่งเป็นพืช GMOs ก็เป็นไปได้
  7. ในส่วนของใบก็สามารถใช้ประโยชน์ทำประโยชน์ได้หลายสิ่งหลายอย่าง ตั้งแต่เป็นของกิน ยารักษาโรค เครื่องแต่งตัว รวมถึงการนำใบมาเป็นชาเพื่อสุขภาพ, เอามาเป็นผุยผงผสมกับสารอาหารอื่นๆเพื่อผลิตเป็นอาหารเสริม, ผลิตเป็นของกินโดยตรงอย่างเส้นพาสต้า คุกกี้ หรือขนมปัง, ใช้ทำเบียร์สด,

Read Post →