Posts By CARTER

สรรพคุณมะกรูด

สรรพคุณมะกรูด ประโยชน์ของมะกรูด สมุนไพรหลากสรรพคุณคู่ครัวไทย

, , No Comment

สรรพคุณมะกรูด ประโยชน์ของมะกรูด สมุนไพรหลากสรรพคุณคู่ครัวไทย

สรรพคุณมะกรูด ประโยชน์ของมะกรูด  ทั้งช่วยเสริมความงามและบำรุงสุขภาพ อยากรู้ว่ามะกรูดดีอย่างไรมาดูกันเลย

มะกรูดเป็นสมุนไพรที่นิยมใช้กันมาตั้งแต่ในสมัยโบราณ ไม่ว่าจะนำมาใช้ในการทำอาหาร ช่วยบำรุงสุขภาพเสริมความงาม หรือแม้แต่นำมาปลูกเพื่อเป็นสิริมงคล นอกจากนี้มะกรูดยังมีประโยชน์และสรรพคุณดี ๆ อีกมากมายที่ไม่ควรมองข้าม เรามาทำความรู้จักกับเจ้าพืชสมุนไพรผิวขุรขระชนิดนี้กันให้ดีขึ้นกว่าเดิมดีกว่าค่ะ พร้อมแล้วไปดูกันเลย

มะกรูด หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Kaffir lime, Leech lime, Mauritius papeda มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Citrus x hystrix L. นอกจากนี้ในประเทศไทยยังมีชื่ออีกหลากหลายชื่อ อาทิเช่น มะขู (แม่ฮ่องสอน), มะขุน มะขูด (ภาคเหนือ), ส้มกรูด ส้มมั่วผี (ภาคใต้) เป็นต้น เป็นพืชที่จัดอยู่ในตระกูล ส้ม (Citrus) โดยมีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย ลาว มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

ลักษณะของมะกรูดเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก เนื้อไม้แข็ง ลำต้นและกิ่งมีหนามยาวเล็กน้อย ใบเป็นใบประกอบชนิดลดรูป มีใบย่อย 1 ใบ เรียงสลับ รูปไข่ คือมีลักษณะคล้ายกับใบไม้ 2 ใบ ต่อกันอยู่ คอดกิ่วที่กลางใบเป็นตอน ๆ มีก้านแผ่ออกใหญ่เท่ากับแผ่นใบ ทำให้เห็นใบเป็น 2 ตอน กว้าง 2.5-4 เซนติเมตร ยาว 4-7 เซนติเมตร ใบสีเขียวแก่พื้นผิวใบเรียบเกลี้ยง เป็นมัน ค่อนข้างหนา มีกลิ่นหอมมากเพราะมีต่อมน้ำมันอยู่ ซึ่งผลแบบนี้เรียกว่า ผลแบบส้ม (hesperitium) ใบด้านบนสีเข้ม ใต้ใบสีอ่อน ดอกออกเป็นกระจุก 3–5 ดอก กลีบดอกสีขาว เกสรสีเหลือง ร่วงง่าย มีกลิ่นหอม มีผลสีเขียวเข้มคล้ายมะนาวผิวเปลือกนอกขรุขระ ขั้วหัว-ท้ายของผลเป็นจุก ผลอ่อนมีเป็นสีเขียวแก่ เมื่อผลสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสด พันธุ์ที่มีผลเล็ก ผิวจะขรุขระน้อยกว่าและไม่มีจุกที่ขั้ว ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก ๆ

สรรพคุณมะกรูด กับคุณประโยชน์ทางยาที่ไม่ควรมองข้าม

มะกรูดเป็นพืชสมุนไพรโบราณที่มีคุณประโยชน์ทางยามากมาย โดยสามารถนำส่วนต่าง ๆ มาใช้รักษาอาการต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย มะกรูดมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง จึงมีส่วนช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายและต้านทานโรคหลายชนิดรวมทั้งมะเร็งบางชนิดด้วย นอกจากนี้มะกรูดยังมีฤทธิ์ในการช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ อย่างเช่นเชื้ออีโคไล (E.coli) และซาลโมเนลลา (Salmonella) ได้ ช่วยบำรุงประจำเดือน ขับระดู และมักเป็นส่วนผสมสำคัญในยาสตรีต่าง ๆ อีกด้วย ไม่เพียงแค่นั้น ส่วนต่าง ๆ ของมะกรูดยังมีประโยชน์อีกมากมายไปดูกันเลยค่ะ

รากมะกรูด

– รากของมะกรูดมีรสจืดเย็น สามารถช่วยแก้อาการไข้ ถอนพิษสำแดง แก้ลมจุกเสียด กระทุ้งพิษไข้ แก้พิษฝีภายใน และช่วยอาการเสมหะเป็นพิษ

ผิวมะกรูด

– ผิวของมะกรูดสามารถช่วยแก้อาการนอนไม่หลับได้ โดยนำผิวของมะกรูดบดรวมกับรากชะเอม ไพล เฉียงพร้า ขมิ้นอ้อย แล้วนำมาต้มน้ำดื่ม
– เป็นยาบำรุงหัวใจ โดนนำผิวมะกรูดฝานสดประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ มาผสมกับพิมเสนหรือการบูรชงในน้ำเดือดแล้วแช่ทิ้งไว้ จากนั้นนำมาดื่ม
– ช่วยแก้อาการเป็นลม หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ โดยนำเปลือกมะกรูดฝานบาง ๆ ชงกับน้ำเดือดแล้วเติมการบูรเล็กน้อย นำมาดื่มเพื่อแก้อาการ
– ช่วยขับลมในลำไส้ แก้อาการจุกเสียด ท้องอืด แน่นท้องได้
– ช่วยขับสารพิษที่อยู่ในร่างกายให้ออกมาทางผิวหนังโดยการนำผิวมะกรูดมาใช้เป็นส่วนประกอบในการอบซาวน่าสมุนไพร

ใบมะกรูด

– ช่วยแก้ไอ แก้อาการอาเจียนเป็นเลือด
– ช่วยแก้อาการช้ำใน
– ใบมะกรูดอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนซึ่งช่วยในการชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็งและช่วยต่อต้านมะเร็งได้

ผลมะกรูด

– ช่วยแก้อาการไอ ขับเสมหะ โดยการนำมะกรูดผ่าครึ่งและนำไปลนไฟให้นิ่ม แล้วค่อย ๆ บีบน้ำมะกรูดลงคอทีละนิดจะช่วยทำให้อาการบรรเทาลงได้
– ช่วยฟอกโลหิต โดยนำผลมะกรูดสดมาผ่าเป็น 2 ซีกแล้วนำไปดองกับเกลือหรือน้ำผึ้งประมาณ 1 เดือน แล้วรินเอาแต่น้ำดื่ม
– ช่วยแก้อาการปวดท้อง หรือใช้เป็นยาแก้ปวดท้องในเด็กอ่อน โดยการนำผลมะกรูดมาคว้านไส้กลางออก นำมหาหิงคุ์ใส่และปิดจุก แล้วนำไปเผาไฟจนดำเกรียมและบดจนเป็นผงละลายกับน้ำผึ้งไว้รับประทานแก้อาการปวดได้
– ช่วยขับระดู ขับลม โดยผลมะกรูดนำมาดองทำเป็นยาดองเปรี้ยวไว้รับประทาน
– ช่วยแก้อาการน้ำลายเหนียว
– แก้เถาดานในท้อง
– แก้ระดูเสีย …

Read Post →

สมุนไพรว่านดอกทอง

สมุนไพรว่านดอกทอง สมุนไพรเสริมกำหนัดจาก #นาคี มันมีอยู่จริง ๆ ตอนนี้ใกล้สูญพันธุ์ !!!

, , No Comment

สมุนไพรว่านดอกทอง สมุนไพรเสริมกำหนัดจาก #นาคี

สมุนไพรว่านดอกทอง โดยที่ว่านดอกทอง หรือชื่อเรียกอื่น ๆ เช่น ว่านดอกทองแท้/ว่านดินสอฤษี หรือ ว่านมหาเสน่ห์,รากราคะ, ว่านรากราคะ, ว่านมหาเสน่ห์ดอกทอง

มีชื่อเรียกทางวิทยาศาตร์ว่า Curcuma cf. pierreana Gagnep ถือเป็นไม้ล้มลุก อายุหลายปี

มีเหง้าทอดเลื้อยใต้ดิน แตกแขนงเป็นไหลยาวเล็ก ๆ ข้อถี่ เนื้อในหัวสีเหลือง (เพศผู้) และสีขาว (เพศเมีย) มีกลิ่นคาว

โดยวิธีใช้งานว่านดอกทองนั้น ถือเป็นว่านเสน่ห์ เมตตามหานิยม กล่าวกันว่าถ้าใครได้สัมผัส สูดกลิ่น จะเกิดอาการทางเพศอย่างรุนแรง

โดยเฉพาะเพศหญิง หากจะปลูกไว้ควรปลูกไว้ควรปลูกคู่กันทั้งเพศผู้เพศเมีย โดยโบราณว่า ผู้ชายให้ปลูกต้นเพศเมีย และผู้หญิงให้ปลูกต้นเพศผู้

ทั้งนี้ ว่านดอกทอง ถือเป็นว่านหายากและใกล้สูญพันธุ์แล้ว ผู้ที่รู้มักจะไม่เปิดเผยว่าอยู่ที่ใดเพราะกลัวถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่ดี โดยคาดว่าว่านนี้พบได้ทาง จ.กาญจนบุรี ลำปาง และตาก

บาคาร่า

Read Post →

สูตรหอยลายสมุนไพร

สูตรหอยลายสมุนไพร เมนูอาหารกระป๋องกรอบอร่อยสำหรับคนรักสุขภาพ

, , No Comment

สูตรหอยลายสมุนไพร เมนูอาหารกระป๋องกรอบอร่อยสำหรับคนรักสุขภาพ

สูตรหอยลายสมุนไพร เมนูอร่อยจากอาหารกระป๋องง่าย ๆ พร้อมเสิร์ฟแล้วจ้า คราวนี้เป็นการจับหอยลายกระป๋องเทลงไปคลุกเคล้ากับสมุนไพรทอดกรอบ ๆ หอม ๆ น่ากินไม่เบา แถมเมนูนี้จะช่วยให้คนที่ไม่ชอบกินและไม่ชอบกลิ่นของสมุนไพรสามารถกินได้ง่ายขึ้นอีกด้วย หรือใครสนใจจะลองนำไปทำเป็นเมนูกับแกล้มกินเล่น ๆ ก็น่าสนทีเดียวล่ะ

ส่วนผสม

หอยลายกระป๋อง
ใบมะกรูดฉีก
กระเทียมกลีบใหญ่
หอมแดง
กระชาย
ตะไคร้
พริกไทยอ่อน
แป้งสาลีอเนกประสงค์
น้ำมันพืชสำหรับทอด
พริกขี้หนูแห้ง
เกลือป่น

วิธีทำ

1 : เตรียมผักและสมุนไพร โดยซอยตะไคร้ หอมแดง กระเทียม และกระชายเป็นแว่นบาง ๆ จากนั้นหั่นครึ่งพริกไทยอ่อน เตรียมไว้
2 : เคล้าผสมผักสมุนไพรที่เตรียมไว้ทั้งหมดกับแป้งสาลีอเนกประสงค์ให้เข้ากัน ให้แป้งกระจายติดสมุนไพรให้ทั่ว (แป้งสาลีฯ จะช่วยให้สมุนไรพกรอบ)
3 : ทอดสมุนไพร โดยใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟพอร้อนใส่สมุนไพรที่คลุกแป้งไว้ลงไปทอดจนเหลืองและกรอบ ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน เตรียมไว้
4 : ใส่สมุนไพรที่สะเด็ดน้ำมันแล้งลงในอ่างผสม ตามด้วยหอยลายกระป๋อง เติมเกลือป่นลงไปเล็กน้อย จากนั้นเคล้าผสมให้เข้ากัน เติมพริกแห้งลงไปผสมให้เข้ากันอีกครั้ง
5 : ตักส่วนผสมหอยลายคั่วสมุนไพรใส่จาน แต่งให้สวยงาม พร้อมเสิร์ฟ

เมนูง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ก็ทำได้แบบนี้แถมยังเต็มไปด้วยสมุนไพรไทย ๆ ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วย เห็นทีต้องจัดสักหน่อยแล้ว  บาคาร่า

Read Post →

สูตรน้ำจับเลี้ยง

สูตรน้ำจับเลี้ยง สูตรทำน้ำสมุนไพร เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพยอดนิยมเติมความสดชื่น

, , No Comment

สูตรน้ำจับเลี้ยง สูตรทำน้ำสมุนไพร

สูตรน้ำจับเลี้ยง ใครอยากคลายร้อนหรือร้อนในมาลองดื่มน้ำจับเลี้ยงกัน สูตรนี้ใช้เครื่องจับเลี้ยงสำเร็จรูปต้มกับน้ำเปล่า เติมน้ำตาลทราย พอเดือดเทใส่แก้วน้ำแข็งหรือเอาไปแช่เย็นแล้วค่อยดื่ม

ส่วนผสม น้ำจับเลี้ยง
จับเลี้ยงสำเร็จรูปน้ำหนักประมาณ 50-70 กรัม จำนวน 1 ห่อ
น้ำ 2 ลิตร
น้ำตาลทราย หรือน้ำตาลทรายแดง (ตามชอบ)

วิธีทำน้ำจับเลี้ยง
1. ใส่เครื่องจับเลี้ยงลงในหม้อ ตามด้วยน้ำ ต้มไฟอ่อนจนเดือด และน้ำเปลี่ยนสี ประมาณ 20 นาที ยกลงจากเตา กรองด้วยผ้าขาวบางเอาเฉพาะน้ำ เทกลับใส่หม้อ นำขึ้นตั้งไฟ
2. ใส่น้ำตาลทรายแดง คนผสมให้เข้ากัน ต้มจนเดือด ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น ตักใส่ขวด นำเข้าแช่เย็นจนถึงเวลาดื่ม

บาคาร่า

Read Post →

สูตรยำตะไคร้ทูน่า

สูตรยำตะไคร้ทูน่า สูตรตะไคร้ เมนูอาหารจานอร่อยจากสมุนไพรกลิ่นหอม

, , No Comment

สูตรยำตะไคร้ทูน่า สูตรตะไคร้

สูตรยำตะไคร้ทูน่า เอาใจสาว ๆ ที่กำลังมองหาสูตรอาหารจากตะไคร้ มาลองทำเมนูยำตะไคร้ทูน่า สูตรจาก คุณสมาชิกหมายเลข 2545761 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม จับปลาทูน่าเคล้ากับขิงและตะไคร้ เติมพริกกับน้ำมะนาว แกล้มกับผักดิบหรือผักลวกตามชอบ

ส่วนผสม ยำตะไคร้ทูน่า

• ทูน่ากระป๋อง (แนะนำเป็นทูน่าในน้ำแร่)
• พริกชี้ฟ้า
• ขิง
• ตะไคร้ซอย
• มะนาว
• ใบสะระแหน่
• เกลือ (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)

วิธีทำยำตะไคร้ทูน่า

1. หั่นขิงเป็นลูกเต๋าเล็ก ๆ และนำพริกมาสไลซ์บาง ๆ
2. ใส่พริก ขิง และตะไคร้ที่หั่นแล้วใส่ถ้วย บีบน้ำมะนาวตามชอบ
3. ใส่ทูน่าลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน เสร็จแล้วใส่ใบสะระแหน่ จัดเสิร์ฟ

บาคาร่า

Read Post →

สูตรหอยลายคั่วสมุนไพร

สูตรหอยลายคั่วสมุนไพร เมนูสมุนไพร ทั้งอาหารจานเดียวและกับข้าวอร่อยได้สุขภาพ

, , No Comment

สูตรหอยลายคั่วสมุนไพร เมนูสมุนไพร

สูตรหอยลายคั่วสมุนไพร หอยลายกระป๋องทำอะไรได้บ้าง ? จับมาทำหอยลายคั่วสมุนไพรสักมื้อสิคะ ทีเด็ดคือเอาเครื่องสมุนไพรไปทอดจนสุกกรอบแล้วค่อยเอามาเคล้ากับหอยลาย ใส่พริกแห้งและเกลือ กินเป็นกับข้าวหรือกับแกล้มก็อร่อยค่ะ

ส่วนผสม หอยลายคั่วสมุนไพร
หอยลายกระป๋อง
ใบมะกรูดฉีก
กระเทียมกลีบใหญ่
หอมแดง
กระชาย
ตะไคร้
พริกไทยอ่อน
แป้งสาลีอเนกประสงค์
น้ำมันพืชสำหรับทอด
พริกขี้หนูแห้ง
เกลือป่น

วิธีทำหอยลายคั่วสมุนไพร
1. เตรียมผักและสมุนไพร โดยซอยตะไคร้ หอมแดง กระเทียม และกระชายเป็นแว่นบาง ๆ จากนั้นหั่นครึ่งพริกไทยอ่อน เตรียมไว้
2. เคล้าผสมผักสมุนไพรที่เตรียมไว้ทั้งหมดกับแป้งสาลีอเนกประสงค์ให้เข้ากัน ให้แป้งกระจายติดสมุนไพรให้ทั่ว (แป้งสาลีฯ จะช่วยให้สมุนไรพกรอบ)
3. ทอดสมุนไพร โดยใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟพอร้อนใส่สมุนไพรที่คลุกแป้งไว้ลงไปทอดจนเหลืองและกรอบ ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน เตรียมไว้
4. ใส่สมุนไพรที่สะเด็ดน้ำมันแล้วลงในอ่างผสม ตามด้วยหอยลายกระป๋อง เติมเกลือป่นลงไปเล็กน้อย จากนั้นเคล้าผสมให้เข้ากัน เติมพริกแห้งลงไปผสมให้เข้ากันอีกครั้ง
5. ตักส่วนผสมหอยลายคั่วสมุนไพรใส่จาน แต่งให้สวยงาม พร้อมเสิร์ฟ  บาคาร่า

Read Post →

สูตรน้ำกระเจี๊ยบ

สูตรน้ำกระเจี๊ยบ สูตรทำน้ำสมุนไพร เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพยอดนิยมเติมความสดชื่น

, , No Comment

สูตรน้ำกระเจี๊ยบ สูตรทำน้ำสมุนไพร

สูตรน้ำกระเจี๊ยบ มีสรรพคุณขับเสมหะทำให้ชุ่มคอ ใครอยากทำน้ำกระเจี๊ยบ แค่เอาดอกกระเจี๊ยบแห้งต้มกับพุทราจีน เติมเกลือและน้ำตาลตัดรส

ส่วนผสม น้ำกระเจี๊ยบ
ดอกกระเจี๊ยบแดงแห้ง 1 กำมือ
พุทราจีน 1 กำมือ
น้ำ 1-1.5 ลิตร
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
เกลือป่น 1 ช้อนชา

วิธีทำน้ำกระเจี๊ยบ
1. ล้างดอกกระเจี๊ยบแดงแห้งและพุทราจีนในน้ำสะอาด เอาเศษฝุ่นออก (อย่าแช่น้ำนานเพราะจะทำให้เสียรสชาติและคุณค่าทางอาหาร)
2. ต้มน้ำจนเดือดแล้วใส่กระเจี๊ยบกับพุทราจีนลงไปต้ม เคี่ยวจนน้ำเริ่มเปลี่ยนสี เติมเกลือป่น และน้ำตาลทรายลงไป คนผสมให้ละลาย (ชิมรสตามต้องการ) ยกลงกรองเอากากออก พักไว้จนเย็น เทใส่แก้ว เติมน้ำแข็ง พร้อมดื่ม หรือเทเก็บใส่ขวดแช่เย็นเก็บไว้ดื่ม  บาคาร่า

Read Post →

สรรพคุณใบเตย

สรรพคุณใบเตย…มีดีที่ไม่ใช่แค่กลิ่นหอม สมุนไพรไทยๆ

, , No Comment

สรรพคุณใบเตย…มีดีที่ไม่ใช่แค่กลิ่นหอม

สรรพคุณใบเตย …ก็แหมเวลาเราได้กลิ่นหอม ๆ ของใบเตย หรือ “เตยหอม” ผสมอยู่ในขนมไทยทีไร ก็ชวนให้เราอยากคว้าขนมไทยชิ้นนั้นขึ้นมาหม่ำไปซะที (ปกติก็ชอบหม่ำอยู่แล้ว อิอิ)

สำหรับ “เตยหอม” นั้น ทุกคนน่าจะรู้จักกันดีใช่ไหมล่ะจ๊ะ โดยเฉพาะ “ใบเตย” ที่มักถูกนำมาผสมในอาหาร เพื่อให้อาหารมีกลิ่นหอมน่ารับประทาน แถมยังช่วยแต่งสีเขียวให้กับขนมไทยด้วย ซึ่งคนทั่วไปอาจจะรู้ว่าประโยชน์ของ “เตยหอม” มีเพียงเท่านี้ แต่จริง ๆ แล้ว นอกจาก “เตยหอม” จะมีดีที่ความหอมแล้ว ยังมีสรรพคุณทางยาที่ดีต่อสุขภาพแฝงอยู่ด้วยนะ

โดย “ใบเตยหอม” 100 กรัม จะให้พลังงานถึง 35 กิโลแคลอรี และยังมีคุณค่าทางโภชนาการอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

น้ำ 85.3 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 4.6 กรัม
โปรตีน 1.9 กรัม
ไขมัน 0.8 กรัม
กาก 5.2 กรัม
แคลเซียม 124 มิลลิกรัม
ฟอสฟอรัส 27 มิลลิกรัม
เหล็ก 0.1 มิลลิกรัม
เบต้า-แคโรทีน 2.987 ไมโครกรัม
วิตามินบี 2 0.20 มิลลิกรัม
ไนอะซีน 1.2 มิลลิกรัม
วิตามินซี 8 มิลลิกรัม

มาที่สรรพคุณสุดแสนจะน่าอัศจรรย์ของเตยหอมกันบ้าง นอกจากจะนำ “ใบ” มาใช้ผสมอาหาร แต่งกลิ่น ให้สีเขียวแล้ว ผลการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ยังพบว่า “เตยหอม” มีฤทธิ์ทางยาด้วย ดังนี้

ใบ

ใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ เพราะใบเตยมีฤทธิ์ลดอัตราการเต้นของหัวใจ จึงช่วยบำรุงหัวใจได้อย่างดี วิธีรับประทานคือ ใช้ใบสดผสมในอาหาร แล้วรับประทาน หรือนำใบสดมาคั้นน้ำรับประทาน ครั้งละ 2-4 ช้อนแกง

ช่วยดับกระหาย เนื่องจากใบเตยมีกลิ่นหอมเย็น หากนำมาผสมน้ำรับประทาน จะช่วยดับกระหาย คลายร้อน ทานแล้วรู้สึกชื่นใจ และชุ่มคอได้เป็นอย่างดี วิธีรับประทานคือ นำใบเตยสดมาล้างให้สะอาด นำมาตำหรือปั่นให้ละเอียด แล้วเติมน้ำเล็กน้อย คั้นเอาแต่น้ำดื่ม

รักษาโรคหัด หรือ โรคผิวหนัง โดยนำใบเตยมาตำแล้วมาพอกบนผิว

รากและลำต้น

ใช้รักษาโรคเบาหวาน เพราะรากและลำต้นของเตยหอมนั้น มีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด วิธีรับประทานก็คือ ใช้ราก 1 กำมือนำไปต้มเป็นน้ำดื่ม ทุกเช้า-เย็น

ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ โดยการนำต้นเตยหอม 1 ต้น หรือราก ครึ่งกำมือ ไปต้มกับน้ำดื่ม  บาคาร่า

นอกจากนี้ เตยหอม ยังช่วยแก้อ่อนเพลีย ดับพิษไข้ และชูกำลังได้อีกด้วย เห็นสรรพคุณมากมายขนาดนี้แล้ว ต้องบอกว่าไม่ธรรมดาจริง ๆ สำหรับเจ้าพืชสีเขียวใบเรียวชนิดนี้…

Read Post →

สรรพคุณดอกชบา

สรรพคุณดอกชบา สรรพคุณทางยาดีงามไม่แพ้หน้าตาเลย

, , No Comment

สรรพคุณดอกชบา สรรพคุณทางยาดีงามไม่แพ้หน้าตาเลย

สรรพคุณดอกชบา ความหมายอาจไม่ค่อยดีในไทย แต่ประโยชน์ของดอกชบามีดีไม่แพ้หน้าตาเลยทีเดียว ทั้งแก้ประจำเดือนไม่ปกติ บำรุงเลือด หรือชงเป็นชาดอกชบาแก้กระหายก็ยังได้

ชบา ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ที่น่าสนใจ

ชบา มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Hibiscus rosa – sinensis L. อยู่ในวงศ์ MALVACEAE ลักษณะโดยทั่วไปของชบาเป็นไม้พุ่มขนาดกลาง ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงเวียนกัน ขอบใบจักคล้ายฟันเลื่อย ดอกเป็นดอกเดี่ยวมีหลายสี ทั้งสีแดง ชมพู แสด ม่วง เหลือง หรือชบาขาว กลีบดอกมีทั้งดอกซ้อนและไม่ซ้อน

ประโยชน์ของดอกชบา สรรพคุณดีงามไม่แพ้ใคร

เมื่อก่อนชบาอาจเป็นต้นไม้ที่ไม่ค่อยมีใครรักใคร่มากนัก เพราะความเชื่อที่ติดตัวมาตั้งแต่สมัยโบราณ แต่ถึงกระนั้นประโยชน์ของดอกชบาก็มีหลากหลาย ดังนี้

1. ดับพิษร้อน


ดอกชบามีฤทธิ์เย็น ช่วยดับพิษร้อนในร่างกาย แก้ไข้ โดยนำดอกชบาสีแดงสดหรือแห้งก็ได้ ตัดเกสรทิ้ง แล้วนำมาชงในน้ำร้อนดื่มเป็นชาบำรุงร่างกาย

2. บำรุงเลือด

ดอกชบาสีแดงมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อว่าแอนโทไซยานิน มีคุณสมบัติช่วยการไหลเวียนของเลือด ทั้งยังมีการศึกษาถึงสรรพคุณของแอนโทไซยานินว่ามีส่วนช่วยบำรุงหัวใจ ส่งเสริมให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจได้ดีขึ้น โดยใช้ดอกชบาสีแดง 1 กำมือ บีบให้พอช้ำ แล้วนำไปต้มกับน้ำ 1 ลิตร รอเดือดประมาณ 10-15 นาที กรองเอาแต่น้ำมาดื่ม

3. แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ

เนื่องจากสรรพคุณของดอกชบาที่ช่วยบำรุงเลือด ดอกชบาจึงเป็นดอกไม้ที่โบราณนำมารักษาอาการประจำเดือนผิดปกติ โดยเฉพาะอาการประจำเดือนมามากกว่าปกติ และประจำเดือนไม่มา โดยให้ใช้ดอกชบาสด 2-3 ดอก บดละเอียด ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนแกง และมะนาว 1 ซีก กินเป็นยาแก้ประจำเดือนไม่ปกติ

4. บำรุงน้ำนมสตรีหลังคลอดบุตร


ดอกชบามีสรรพคุณบำรุงน้ำนมสตรีหลังคลอดบุตร โดยชบาจะช่วยในเรื่องกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ช่วยบำรุงน้ำนมแม่หลังคลอด นอกจากนี้หากนำใบอ่อนของชบามาขยี้กับน้ำเล็กน้อยแล้วมาทาบริเวณหน้าท้องหญิงตั้งครรภ์ 7 เดือนขึ้นไป หรือนำใบอ่อน 1 กำมือมาตำให้ละเอียด แล้วนำมาคั้นผสมกับน้ำต้มสุกให้ได้ 1/2 แก้วชา จากนั้นค่อยกรองมาดื่มสัปดาห์ละครั้ง ก็เชื่อว่าจะช่วยให้คลอดบุตรง่ายขึ้นด้วย

5. รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก

เนื่องจากชบามีฤทธิ์เป็นยาเย็น จึงสามารถนำมารักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวกได้ดี โดยนำใบชบา 5-10 ใบ ล้างแล้วตำให้ละเอียด จากนั้นนำมาพอกแผลหรือบริเวณที่มีอาการ

6. ขับปัสสาวะ

รากและใบของชบามีฤทธิ์ช่วยขับปัสสาวะ โดยนำรากต้นชบาขาว 1 กำมือ ล้างให้สะอาดแล้วทุบให้แหลก จากนั้นนำมาต้มกับน้ำ 1 ลิตร รอจนเดือดประมาณ 20 นาที แล้วกรองเอาแต่น้ำมาดื่มครั้งละ 1/2 แก้วชา วันละ 2 เวลาหลังอาหาร

7. บรรเทาอาการบวม ฟกช้ำ

เลือกใช้รากดอกชบาขาวหรือแดงก็ได้ นำมาตำให้ละเอียดแล้วพอกแก้อาการบวม ฟกช้ำ

8. ช่วยขับน้ำย่อย ช่วยให้เจริญอาหาร


ชาดอกชบามีสรรพคุณช่วยขับน้ำย่อย และกระตุ้นให้รู้สึกเจริญอาหารมากขึ้น โดยวิธีชงชาดอกชบาให้นำดอกชบาแดง 3-4 ดอก ต้มกับน้ำสะอาด 1 แก้ว (250 cc) รอจนน้ำเดือดแล้วปิดไฟ กรองเอาแต่น้ำมาผสมกับน้ำผึ้ง 2 ช้อนชา คนให้เข้ากันแล้วดื่มเป็นชาได้เลย

9. แก้ผดผื่นคัน รักษาฝี

ดอกชบามีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบรรเทาอาการผดผื่นคันหรือรักษาแผล ฝี ริดสีดวงได้ โดยนำดอกชบาที่ยังตูมมาขยี้ทาบริเวณที่มีอาการ

10. บำรุงผม แก้ผมขาดหลุดร่วง


ตำรับยาโบราณมีการนำเอาดอกชบามาบำรุงผมให้ผมดกดำ (เนื่องจากน้ำคั้นดอกชบามีสีดำ) แก้ปัญหาผมขาดหลุดร่วง วิธีใช้ก็แค่นำดอกชบาสีใดก็ได้ 1 กำมือ บดให้ละเอียด แล้วใช้ชโลมศีรษะให้ทั่ว นวดเบา ๆ แล้วหมักทิ้งไว้ 5 นาที จากนั้นก็ล้างน้ำออกเป็นปกติ

นอกจากนี้ดอกชบายังนิยมนำไปทาเพื่อปลูกคิ้วให้เด็กทารก คล้าย ๆ สรรพคุณของดอกอัญชัญ แถมในอดีตยังใช้น้ำคั้นจากดอกชบาขัดถู หรือย้อมรองเท้าอีกด้วยนะคะ จึงมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Shoe flower เท่านั้นยังไม่พอ ดอกชบายังสามารถนำมาประกอบอาหารได้ โดยใส่ในแกงเลียง แกงจืด ชุบแป้งทอดกรอบ หรือลวกจิ้มน้ำพริกก็อร่อย  บาคาร่า

Read Post →

สรรพคุณรากสามสิบ

สรรพคุณรากสามสิบ สมุนไพรบำรุงสตรี แถมพ่วงสรรพคุณอื่น ๆ มาเพียบ !

, , No Comment

สรรพคุณรากสามสิบ สมุนไพรบำรุงสตรี

สรรพคุณรากสามสิบ สรรพคุณสมุนไพรไทยเพื่อสุขภาพ ที่คนอยากมีลูกห้ามพลาด

รากสามสิบ สรรพคุณเด่น ๆ ของสมุนไพรตัวนี้ขึ้นชื่อเรื่องเป็นยาบำรุงสำหรับสตรี ซึ่งหลายคนอาจเคยเห็นสมุนไพรรากสามสิบแบบแคปซูลกันมาบ้าง แล้วรู้ไหมคะว่า ประโยชน์ของรากสามสิบ สมุนไพรตัวเด็ดนี้ไม่ได้มีดีแค่ช่วยคนอยากมีลูกเท่านั้น

รากสามสิบ สมุนไพรนี้มีที่มา

รากสามสิบแท้จริงแล้วถูกเรียกหลายชื่อมาก ๆ เช่น สาวร้อยผัว จ๋วงเครือ (ภาคเหนือ) ผักชีช้าง ผักหนาม (ภาคอีสาน) สามร้อยราก สามสิบ ชีช้าง จั่นดิน หรือม้าสามต๋อน มีชื่อสามัญว่า Shatavari

ส่วนลักษณะต้นรากสามสิบเป็นไม้เลื้อยเนื้อแข็ง มีหนามแหลม มีเหง้าและรากใต้ดินคล้ายรากของต้นกระชาย ดอกมีขนาดเล็ก สีขาว แยกเป็นช่อ มีกลิ่นหอม เป็นต้นที่มีผลสดลักษณะกลม ผิวเรียบมัน และมีเมล็ดสีดำ

สรรพคุณ

รากสามสิบถูกเปรียบให้เป็นพลังแห่งการฟื้นฟูความสาว (Female Rejuvenation) เป็นยาโบราณที่หมอแผนโบราณและแพทย์สมุนไพรใช้เป็นยาบำรุงสำหรับสตรีมาตั้งแต่อดีต ซึ่งก็นับเป็นที่มาของชื่อสาวร้อยผัว ชื่อเล่นอีกชื่อของรากสามสิบนั่นเอง โดยคนโบราณมักจะนำรากมาต้มกินหรือปั้นเป็นลูกกลอนกินกับน้ำผึ้ง ซึ่งบอกต่อ ๆ กันว่า จะช่วยบำรุงสตรีให้ไมว่าจะอายุเท่าไรก็มีลูกได้ง่าย

นอกจากนี้สมุนไพรรากสามสิบยังผ่านการวิจัยสรรพคุณมามากมาย โดยพบว่า รากสามสิบมีสรรพคุณทางเภสัชวิทยาตามนี้ติดตัวอยู่ด้วย

– ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา
– คลายกล้ามเนื้อมดลูก
– บำรุงหัวใจ
– ลดการอักเสบ
– แก้ปวด
– ยับยั้งเบาหวาน
– ปราบเซลล์มะเร็ง
– กระตุ้นภูมิคุ้มกัน
– ต้านภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ
– ลดระดับไขมันเลือด
– ป้องกันกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
– ลดอาการหัวใจโตที่เกิดจากความดันโลหิตสูง
– มีฤทธิ์ใกล้เคียงฮอร์โมนเอสโตรเจน (ฮอร์โมนเพศหญิง)
– ช่วยสร้างสมดุลฮอร์โมนเพศหญิง
– ขับน้ำนม
– ช่วยให้การตกไข่สมบูรณ์
– ช่วยบำรุงกำลังท่านชาย
– เสริมความแข็งแรงของน้ำเชื้ออสุจิ
– ยับยั้งการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร
– ลดอาการกรดเกินในกระเพาะอาหาร
– ยับยั้งพิษต่อตับ
– แก้ริดสีดวงทวาร
– ขับลม
– ขับปัสสาวะ
– ขับเสมหะ
– บำรุงเด็กในครรภ์
– แก้ตกเลือด
– รักษาโรคคอพอก
– แก้ปวดเมื่อย ครั่นตัว
– ฝนรากทาเป็นยาแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อยได้
– กระตุ้นประสาท ชูกำลัง

ข้อควรระวังในการใช้สมุนไพรรากสามสิบ

เนื่องจากสมุนไพรรากสามสิบออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน ดังนั้นจึงจัดเป็นยาสมุนไพรที่ไม่ปลอดภัยนักต่อเพศหญิงที่มีความเสี่ยงโรคมะเร็งอยู่แล้ว เช่น ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเนื้องอกในมดลูก (Uterine Fribrosis) หรือมีก้อนเนื้อในเต้านม (Fibrocystic Breast) เป็นต้น ดังนั้นไม่ว่าจะใช้สมุนไพรอะไรก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อนจะดีที่สุดนะคะ

เห็นสรรพคุณกันไปแล้วหลายคนเริ่มสนใจอยากหารากสามสิบมาบำรุงสุขภาพกันบ้าง แต่ก็อย่าลืมที่เตือนไว้นะคะ ก่อนซื้อแคปซูลรากสามสิบมากิน ควรตรวจสอบแหล่งที่มาและเครื่องหมายการค้า รวมทั้งการรับรองจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือด้วย   บาคาร่า

Read Post →