Monthly Archives For กรกฎาคม 2020

ผสมในอาหาร

“งาดำ”ธัญพืชยอดนิยมกับข้อควรระวังก่อนทาน

, , No Comment

“ งาดำ ” นับได้ว่าเป็นหนึ่งในธัญพืชที่เป็นที่ชื่นชอบ ผสมในอาหาร รวมทั้งเครื่องดื่มหลายอย่าง และก็มักเป็น ตัวเลือกแรกๆ ของคนที่กำลังดูแลรักษาสุขภาพร่างกาย เพราะว่าจัดว่าเป็นซูเปอร์ฟูดที่อันแน่นไปด้วยคุณประโยชน์ทางสารอาหารที่มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ อาทิเช่น มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอวัย ลดคอเลสเตอรอลในเลือด และก็ยังมีแคลเซียมสูงที่ช่วยสร้างเสริมและก็บำรุงกระดูกมากยิ่งกว่านมวัวถึง 6 เท่า

“ งาดำ ” ธัญพืชที่ ผสมในอาหาร และเครื่องดื่มมากมาย

แต่ว่าถึงแม้ว่างาดำจะเป็นประโยชน์มากมายเท่าใด ถ้าหากกินมากจนเกินไป ก็บางทีอาจทำให้เป็นอันตรายต่อสภาพทางด้านร่างกายได้

  • ข้อควรปฏิบัติตามน่ารู้ก่อนรับประทาน

งาดำ เป็นประโยชน์สูง ถึงแม้จำนวนที่กินจะไม่มากมาย แม้กระนั้นด้วยขนาดเล็ก แล้วก็ค่อย รับประทานง่าย ผสมกับของกินอื่นได้ง่าย ก็เลยอาจจะก่อให้ใครหลายๆคนไม่ได้ระแวดระวังในปริมาณที่รับประทานในแต่ละครั้ง

แต่งาดำจัดว่าเป็นอาหารที่ให้พลังงานออกจะสูง เพราะเหตุว่างาดำ 100 กรัม ให้พลังงานสูงถึง 700 กิโลแคลอรี่ ด้วยเหตุนั้นงาดำก็เลยมักถูกเอาไปใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารให้พลังงานต่างๆเยอะมาก ยิ่งไปกว่านี้งาดำยังเป็นของกินที่มีจำนวนทองแดงออกจะสูง ธรรมดาแล้วร่างกายสามารถกำจัดทองแดงส่วนเกินออกมาจากร่างกายได้ แต่ว่าในคนไข้บางโรค อาทิเช่น โรค Wilson’s disease ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรมที่เป็นมาแต่ว่ากำเนิด ทำให้การขับทองแดงออกมาจากร่างกายผิดพลาด ทำให้มีทองแดงสะสมภายในร่างกายคนๆนั้น เรื่อยจนถึงเริ่มมีลักษณะต่างๆที่พบมากสุดเป็นอาการทางตับ ดังเช่น ตัวเหลือง ตับโต ม้ามโต ตามมาด้วยอาการทางระบบประสาท เคลื่อนแตกต่างจากปกติ กลืนลำบาก ฯลฯ

  • ปริมาณที่แนะนำใน 1 วัน

ถ้าหากร่างกายสุขภาพแข็งแรงดี ไม่มีปัญหาเรื่องเกี่ยวกับการกำจัดทองแดงส่วนเกินออกมาจากร่างกาย ควรรอบคอบเพียงแค่เรื่องพลังงานที่กำลังจะได้รับเยอะเกินไปแค่นั้น โดยจำนวนของงาดำที่เสนอแนะในวันแล้ววันเล่า ควรจะอยู่ที่ราวๆวันละ 15 กรัม หรือ 1 ช้อนโต๊ะ ก็พอเพียงต่อความต้องการของร่างกายแล้ว

Read Post →

กูดต้นดอยสุเทพ

กูดพร้าว ยาทาแก้ฝี แก้อักเสบ และแก้บวม

, , No Comment

กูดพร้าว มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า กูดต้น , มหาสดำ , กูดพร้าว หรือ กูดต้นดอยสุเทพ

กูดต้นดอยสุเทพ

กูดพร้าว หรือ กูดต้นดอยสุเทพ

  • ลักษณะ ต้นกูดพร้าว จัดเป็นเฟิร์นต้นที่มีลำต้นตั้งตรง สูงได้ประมาณ 3-5 เมตร ตามลำต้นมีเกล็ดขึ้นปกคลุมและมีรอยก้านใบที่หลุดร่วงไป รากมีลักษณะเป็นเส้นแข็งสีดำ มีเขตการกระจายพันธุ์ในจีนตอนใต้ กัมพูชา มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ส่วนในประเทศไทยพบขึ้นกระจายพันธุ์ทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้ โดยมักพบขึ้นตามไหล่เขาในป่าดิบเขา บนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลต่ำกว่า 1,000 เมตร
  • ใบกูดพร้าว ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้น ออกรวมกันเป็นกลุ่มบริเวณใกล้ยอด แกนกลางของใบประกอบไม่เรียบ มีตุ่มขรุขระทางด้านล่าง ส่วนด้านบนมีขนและเกล็ดขึ้นประปราย ก้านใบเป็นสีน้ำตาลปนเหลืองหรือสีน้ำตาลเข้ม ยาวได้ประมาณ 40 เซนติเมตร มีหนามสั้น ๆ ที่โคนมีเกล็ดสีน้ำตาลเป็นมัน เกล็ดมีลักษณะเป็นรูปแถบ มีขนาดกว้างประมาณ 1 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 2 เซนติเมตร ด้านบนมีขน กลุ่มใบย่อยคู่ล่างลดขนาดลงยาวได้ประมาณ 10 เซนติเมตร มีรูปร่างไม่แน่นอน ส่วนกลุ่มใบย่อยถัดขึ้นมาจะมีลักษณะเป็นรูปขอบขนานแคบ ปลายเรียวแหลมและมีติ่งยาว มีขนาดกว้างประมาณ 14 เซนติเมตร และยาวประมาณ 40 เซนติเมตร แกนกลุ่มใบย่อยมีเกล็ดแบนสีน้ำตาลทางด้านล่าง ใบย่อยจะมีมากกว่า 25 คู่ เรียงห่างกันประมาณ 1.6 เซนติเมตร ลักษณะเป็นรูปขอบขนานแกมรูปใบหอก มีขนาดกว้างประมาณ 1.7 เซนติเมตร และยาวประมาณ 7 เซนติเมตร ปลายเรียวแหลม โคนกึ่งตัด ส่วนขอบหยักเว้าลึกเกือบถึงเส้นกลางใบย่อย หยักเฉียง รูปเคียว มีขนาดกว้างประมาณ 3 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ปลายมน ส่วนขอบเรียบหรือจักเป็นฟันเลื่อย เส้นกลางใบย่อยมีขนทางด้านบน ส่วนด้านล่างมีเกล็ดแบนสีน้ำตาล แผ่นใบบาง ผิวใบด้านบนเป็นสีเขียวเข้ม ส่วนด้านล่างเป็นสีเขียวอ่อน เส้นใบแยกสาขาออกเป็นคู่ 7-8 คู่ ก้านใบย่อยไม่มี
  • กลุ่มอับสปอร์ กูดพร้าว กลุ่มอับสปอร์จะมีลักษณะเป็นรูปเกือบกลม อยู่บนเส้นใบทั้งสองข้าง โดยจะอยู่ตรงเส้นกลางใบย่อย เยื่อคลุมกลุ่มอับสปอร์เป็นเกล็ดเล็ก อยู่ที่ฐานของกลุ่มอับสปอร์
  • สรรพคุณ แพทย์แผนชนบทจะใช้เนื้อไม้นำมาทำเป็นยาแก้ไข้ ใช้ฝนเป็นยาทาแก้ฝี แก้อักเสบ และแก้บวม (เนื้อไม้)
  • ประโยชน์ ลำต้นของกูดพร้าวสามารถนำมาใช้ปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ได้

Read Post →

ฉัตรพระอินทร์

ฉัตรพระอินทร์ สรรพคุณ-ประโยชน์มากมายที่คุณไม่เคยรู้

, , No Comment

ฉัตรพระอินทร์ จัดอยู่ในวงศ์กะเพรา มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า เสกกษัตริย์, นางอั้วโคก , จ่อฟ้า , เทียนป่า , หญ้าเหลี่ยม เป็นต้น

ฉัตรพระอินทร์

ฉัตรพระอินทร์

ต้นฉัตรพระอินทร์ จัดเป็นพรรณไม้พุ่มล้มลุก ลำต้นสูงชะลูด มีอายุเพียงฤดูเดียว ไม่ค่อยแตกกิ่งก้าน แต่จะแตกกิ่งแขนงมากบริเวณใกล้ปลายยอด ลำต้นตั้งตรง มีความสูงได้ประมาณ 1-2.5 เมตร ลักษณะของลำต้นและกิ่งก้านเป็นเหลี่ยม ระหว่างเหลี่ยมเป็นร่อง มีสีเขียวและเป็นร่องลึก ตามลำต้นมีขนละเอียดสั้น ๆ ขึ้นปกคลุม ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ชอบดินร่วน ความชื้นและแสงแดดปานกลาง เป็นพืชพื้นเมืองของทวีปแอฟริกา ในประเทศไทยมักพบขึ้นบริเวณที่มีความชุ่มชื้น ดินร่วนซุย ตามป่าละเมาะ และที่ว่างทิ้งร้างริมทางทั่วไป

  • ใบ

ใบฉัตรพระอินทร์ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้าม ลักษณะของใบเป็นรูปไข่แกมขอบขนานหรือรูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบมนเว้า ส่วนขอบใบหยักมนแกมฟันเลื่อย ใบมีขนาดกว้างประมาณ 3-5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 4.5-6 เซนติเมตร แผ่นใบทั้งสองด้านแข็งและหนาม และมีขนละเอียด เส้นใบด้านล่างเห็นชัดกว่าด้านบน ก้านใบมีลักษณะเรียวเล็ก ยาวได้ประมาณ 3-5 เซนติเมตร ใบที่ออกตามข้อส่วนยอดของลำต้นและข้อที่ออกดอกมักมีขนาดเล็ก แคบ และสั้นกว่า และมักหลุดร่วงได้ง่าย

  • ดอก

ดอกฉัตรพระอินทร์ ออกดอกเป็นช่อแบบช่อผสม เรียงตัวอัดกันแน่นเป็นช่อรูปทรงกลม มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5-6 เซนติเมตร และยาวประมาณ 2-2.5 เซนติเมตร ออกเป็นกระจุกตามข้อ 2-8 ข้อ เป็นวงรอบลำต้นเป็นชั้นคล้ายฉัตร ดอกย่อยจะมีจำนวนมาก กลีบดอกเป็นสีส้มสดหรือสีแดงอมส้ม โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นหลอดยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ปลายกลีบมีขนยาว ปลายแยกออกเป็น 2 ปาก แบ่งเป็นปากล่างและปากบน ซึ่งปากล่างจะแห้งเหี่ยวก่อนที่ดอกจะบาน โดยปากบนจะมีลักษณะตั้งตรงมี 2 หยัก ยาวได้ประมาณ 0.8-1 เซนติเมตร เป็นกระพุ้งมีขนยาว ส่วนปากด้านล่างมีหยักเล็ก ๆ 3 หยัก แฉกตรงกลางจะมีขนาดใหญ่กว่าแฉกด้านข้าง ส่วนใบประดับย่อยนั้นมีจำนวนมาก ลักษณะเป็นรูปแถบ ปลายแหลมคล้ายหนาม ยาวประมาณ 1 เซนติเมตร มีขน ดอกย่อยไม่มีก้าน กลีบเลี้ยงดอกเป็นสีเขียว ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร โคนกลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกออกเป็นแฉกแหลม 8 แฉก โคนหลอดด้านนอกมีขนสั้น ตอนปลายมีขนเรียว ส่วนด้านในเกลี้ยง มีเส้นตามยาว 10 เส้น เห็นได้ชัดเจน ดอกมีเกสรเพศผู้ 4 อัน อยู่กึ่งกลางหลอดกลีบดอก ก้านเกสรเกลี้ยง อับเรณูติดกัน ส่วนก้านเกสรเพศเมียจะสั้น ปลายแยกออกเป็น 2 แฉก จะเริ่มออกดอกเมื่อต้นเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว

  • ผล

ผลเป็นผลแห้ง ประกอบด้วย 4 ผลย่อย ลักษณะของผลเป็นรูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับ มีสีดำหม่น

  • สรรพคุณ
  1. ต้นใช้ต้มกับน้ำเป็นยาลดไข้ ขับเหงื่อ ขับระดู และเป็นยาระบาย
  2. รากใช้ตำพอกทรวงอก เป็นยาแก้อาการเต้านมคัด
  3. ใบมีรสขม ใช้เป็นยาบำรุง ยาแก้ไข้ แก้โรคปวดบวมตามข้อ และใช้ตำพอกแก้แผลอักเสบ
  4. ดอกมีรสขมเย็น นำมาเผาแล้วใช้ขี้เถ้าทาแก้คัน แก้กลากเกลื้อน ผิวหนังอักเสบ รวมถึงแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก และแผลพุพองเนื่องจากถูกของร้อน
  5. เมล็ดมีรสขม มีฤทธิ์อ่อน ๆ ในการบำบัดไข้จับสั่นหรือโรคมาลาเรีย
  6. ทั้งต้นมีรสขม ใช้เป็นยาแก้ไข้ป่า เป็นยาระบาย ยาขับประจำเดือนของสตรี แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ และใช้ผสมกับต้นสบู่ดำ ต้มกับน้ำ แช่เท้า แก้ปวดขา
  • ประโยชน์
  1. ช่อผลนิยมนำมาใช้ปักแจกันประดับเพื่อความสวยงาม
  2. ในสมัยก่อนคนต่างจังหวัดนิยมปลูกต้นฉัตรพระอินทร์ไว้เป็นไม้ประดับ เพราะมีดอกเรียงเป็นชั้นดูสวยงามและแปลกตา

Read Post →

สมุนไพรดีๆที่ผู้คนจำนวนมาก

ดอกคำฝอย สมุนไพรดีๆ ที่เราอาจไม่เคยรู้

, , No Comment

ดอกคำฝอย กำลังเป็นที่ กล่าวถึงอยู่ในโลกอินเตอร์เน็ต ในช่วงเวลานี้แล้ว สมุนไพรดีๆที่ผู้คนจำนวนมาก การันตีถึงคุณประโยชน์อันดีงามอีกอย่างหนึ่ง หรือ ดอกคำฝอย นี่แหละจ้ะ ดอกคำฝอยมีลักษณะเช่นไร แล้วก็ มีประโยชน์ อะไรที่เราบางทีอาจไม่รู้บ้าง มาดูกันเลย

สมุนไพรดีๆที่ผู้คนจำนวนมาก กล้าการันตี

สมุนไพรดีๆที่ผู้คนจำนวนมาก

ลักษณะ

  • ดอกคำฝอย เป็นดอกไม้จากไม้ล้มลุกชนิดหนึ่ง ที่มักปลูกมากกันทางภาคเหนือ ลำต้นสั้น ทนต่อสภาพภูมิอากาศ ดอกมีลักษณะกลม กลีบดอกเล็กเรียว แล้วก็มีดอกเล็กย่อยออกมาหลายดอก สีเหลืองจนกระทั่งไปถึงส้ม หรือส้มแดงเมื่อแก่จัด

ประโยชน์

  • ลดไขมันในเส้นเลือด ป้องกันไขมันอุดตันเส้นเลือด
  • บำรุงประสาท และระงับประสาท ช่วยผ่อนคลายสมองให้หลับสบาย
  • ป้องกันโรคความดันโลหิตสูง เพิ่มประสิทธิภาพในการไหลเวียนของโลหิตตามร่างกาย
  • บำรุงโลหิต สลายลิ่มเลือด
  • บำรุงหัวใจ ช่วยให้เลือดไหลไปหล่อเลี้ยงที่หัวใจมากยิ่งขึ้น
  • รักษาอาการไข้หลังคลอดของคุณแม่
  • แก้หวัดน้ำมูกไหล
  • บำรุงโลหิตประจำเดือนของเหล่าคุณผู้หญิง
  • ยับยั้งเชื้อไวรัส และเชื้อแบคทีเรีย
  • ลดระดับน้ำตาลในเลือด

โทษ

  • ถึงแม้ว่าดอกคำฝอยจะเป็นสมุนไพรที่มีคุณประโยชน์เกือบจะครอบจักรวาล แต่ว่าก็ยังมีสิ่งที่จำเป็นต้องระมัดระวังก่อนทานเช่นเดียวกัน ดอกคำฝอยมักถูกใช้เป็นองค์ประกอบของยาสมุนไพร โดยจัดจับกลุ่มใช้ร่วมกันกับยา หรือพืชตัวอื่นๆจะไม่ใช้ดอกคำฝอยเดี่ยวๆเนื่องจากว่าจะต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่อย่างนั้นบางทีอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบเลือดได้
  • ถ้าหากทานดอกคำฝอยมากจนเกินความจำเป็น หรือติดต่อกันเป็นเวลานานเหลือเกิน อาจจะทำให้มีลักษณะอาการโลหิตจางได้ ซึ่งทำให้มีลักษณะอาการอ่อนเพลีย เหน็ดเหนื่อยง่าย วิงเวียนศีรษะ หรืออาจส่งผลให้โลหิตประจำเดือนมามากมายเปลี่ยนไปจากปกติ
  • ยิ่งไปกว่านี้คนไหนที่กำลังรับประทานยา หรือรับการรักษาโรคที่เกี่ยวกับลิ่มเลือด หรือกำลังทานยาละลายลิ่มเลือดอยู่ ไม่ควรทานดอกคำฝอย เนื่องจากจะยิ่งเพิ่มการสลายลิ่มเลือดให้ออกฤทธิ์มากเกินความจำเป็นจนถึงบางทีอาจเกิดอันตรายต่อสภาพร่างกายได้

คนไหนที่ร่างกายแข็งแรงเป็นปกติดี สามารถทานดอกคำฝอยได้ ตอนนี้มีผลิตภัณฑ์จากดอกคำฝอยมากไม่น้อยเลยทีเดียว ทั้งยังเครื่องดื่มผสมดอกคำฝอย ชงเป็นชาจากกลีบที่แห้ง หรือจะสกัดออกมาเป็นน้ำมันดอกคำฝอย ทั้งหมดล้วนแต่ดีต่อร่างกายทั้งนั้น แต่ว่าคนไหนที่มีปัญหาสุขภาพ ควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนทานจ้ะ

Read Post →

ผึ้งนางพญา

สุดยอดยาอายุวัฒนะ สรรพคุณและประโยชน์มากมาย “นมผึ้ง”

, , No Comment

นมผึ้ง  เป็นอาหารสำคัญสำหรับ ผึ้งนางพญา เพราะเหตุว่าช่วยสำหรับในการเร่งการเติบโต นำมาซึ่งการทำให้ผึ้งนางพญาจะมีรูปร่างใหญ่โตรวมทั้งสวยกว่าผึ้งตัวอื่นๆแล้วก็ที่สำคัญยังช่วยทำให้ผึ้งนางพญามีอายุยืนมากกว่าผึ้งงานถึง 20 เท่า แล้วก็ยังช่วยทำให้ผึ้งนางพญาสามารถตกไข่เพื่อแพร่พันธุ์ได้ราวๆ 2,500 ฟองต่อวันตลอดจนสิ้นอายุขัย โดยนมผึ้งนั้นผลิตมาจากผึ้งงานด้วยการขับออกมาจากต่อมไฮโปฟาริงค์และก็จากต่อมน้ำลายที่อยู่บริเวณส่วนหัวของผึ้งงาน

นมผึ้ง อาหารของ ผึ้งนางพญา

สำหรับนมผึ้งที่ผลิตได้ต่อรังนั้นจะมีปริมาณน้อยมากๆโดย 1 รังจะสามารถผลิตนมผึ้งได้เพียงแค่วันละ 2-3 กรัมเท่านั้น และก็ลักษณะทางกายภาพของนมผึ้งนั้นอันที่จริงแล้วจะเป็นของเหลวข้น มีสีเหลืองอ่อนออกครีม มีกลิ่นฉุน รสเปรี้ยว แล้วก็ค่อนจะเผ็ดด้วยเล็กน้อย ซึ่งขั้นตอนการรักษานั้นควรที่จะเก็บในอุณหภูมิห้องหรือในอุณหภูมิเย็นราวๆ 3-8 องศา รวมทั้งสำหรับส่วนประกอบหลักในนมผึ้งนั้นจะมี น้ำ น้ำตาล โปรตีน ไขมัน วิตามิน กรดอะมิโน แร่ธาตุต่างๆสารชีวโมเลกุล ซึ่งจัดว่าเป็นประโยชน์เป็นอย่างมาก

ประโยชน์

  • เป็นยาอายุวัฒะที่อัศจรรย์ด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระซึ่งช่วยในการชะลอวัยและทำให้สุขภาพแข็งแรง
  • นมผึ้งเป็นแหล่งของสารอาหารที่ครบถ้วนสมบูรณ์มาก และมนุษย์ก็จำเป็นต้องรับประทานเช่นกัน
  • มีส่วนช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส ช่วยลดปัญหาของสิว ฝ้า กระ ได้
  • ช่วยในการรักษาหวัดและหอบหืด
  • ช่วยในการเจริญอาหาร
  • ช่วยในการเจริญเติบโตของสมองและร่างกาย
  • ช่วยในการเสริมสร้างคอลลาเจนและชะลอการเกิดริ้วได้
  • ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือดและช่วยขจัดไขมันที่ตกค้างในตับ
  • ช่วยลดความดันโลหิตและการขยายตัวของหลอดเลือดได้
  • ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
  • ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดงให้มีความสมบูรณ์แข็งแรง
  • ช่วยในการรักษาบาดแผลให้หายเร็วยิ่งขึ้น
  • ช่วยป้องกันการเกิดโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร
  • ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารและมีออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ดีมากขึ้น
  • ช่วยให้แคลเซียมดูดซึมได้ดีขึ้น มีผลทำให้ช่วยป้องกันภาวะกระดูกพรุน เพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูก
  • ช่วยบำรุงเส้นผมให้มีสุขภาพแข็งแรง
  • มีส่วนช่วยบรรเทาอาการเครียดและช่วยต่อต้านความเครียด
  • ช่วยต่อต้านสารกัมมันตรังสีและช่วยยับยั้งการลุกลามของเซลล์มะเร็งในร่างกาย
  • ผู้ป่วยมะเร็งในระยะแพร่กระจาย เมื่อรับประทานนมผึ้งจะช่วยลดการอักเสบของก้อนมะเร็งได้
  • ช่วยต่อต้านการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อดื้อยาต่าง ๆได้หลายชนิด
  • ช่วยต่อต้านการเจริญเติบโตของเชื้อราบริเวณผิวหนังได้ดี
  • ช่วยกระตุ้นและเสริมสร้างการทำงานและปรับสมดุลของฮอร์โมนเพศหญิง

Read Post →

ACORACEAE

ว่านน้ำเล็ก ยาบำรุงธาตุ ขับลม ที่มีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด

, , No Comment

ว่านน้ำเล็ก ชื่อวิทยาศาสตร์ Acorus calamus var. angustatus Besser ปัจจุบันจัดอยู่ในวงศ์ว่านน้ำ ( ACORACEAE )

ว่านน้ำเล็ก จัดอยู่ในวงศ์ ACORACEAE

ACORACEAE

สมุนไพรว่านน้ำเล็ก หรือเรียกอีกอย่างว่า ไคร้น้ำ

ลักษณะของว่านน้ำเล็ก

  • ต้นว่านน้ำเล็ก จัดเป็นพรรณไม้ล้มลุก มีลักษณะโดยรวมคล้ายกับต้นว่านน้ำมาก แต่จะมีความแตกต่างกันตรงที่จะมีขนาดของต้นที่เล็กกว่า และมีความสูงต่างกันมาก ส่วนเหง้านั้นมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 4-5 มิลลิเมตร ด้านนอกเป็นสีน้ำตาลอ่อน ส่วนภายในเป็นสีขาว เนื้อจะเป็นแป้งและมีรสฝาด มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการแยกหน่อ พรรณไม้ชนิดนี้มักขึ้นตามหนองบึง และตามก้อนหินในลำธารทั่วไป
  • ดอกว่านน้ำเล็ก ออกดอกเป็นช่อ ลักษณะของช่อดอกเป็นแท่ง แต่จะมีกาบสั้นกว่าต้นว่านน้ำ

สรรพคุณ

  • ทั้งต้นใช้เป็นยากระตุ้น เป็นยาบำรุงธาตุ
  • ช่วยทำให้สงบ
  • ใช้เป็นยาขับลม
  • ใช้รักษาอาการปวดท้องเนื่องจากอาหารไม่ย่อย
  • ช่วยระงับอาการปวด
  • ใช้เป็นยารักษาโรคชัก

ประโยชน์

ทั้งต้นใช้เป็นยาฆ่าแมลง และเนื่องจากว่านชนิดนี้มีน้ำมันหอมระเหย ซึ่งประกอบไปด้วย asarone bitter principle มันจึงถูกนำมาใช้ทำเป็นน้ำหอมด้วย…

Read Post →

Egyptian

“กกอียิปต์” สรรพคุณ-ประโยชน์

, , No Comment

กกอียิปต์ หรือ พาไพรัส ( Egyptian papyrus)เป็นพืชน้ำชนิดหนึ่ง ที่เติบโตในพื้นที่ราบลุ่มริมแม่น้ำไนล์ เป็นพืชในวงศ์ Cyperaceae

กกอียิปต์ หรือ พาไพรัส ( Egyptian papyrus)

Egyptian

  • ลักษณะ

ต้นกกอียิปต์ จัดเป็นพรรณไม้ริมน้ำหรือวัชพืชน้ำ มีอายุยาวนานหลายปี ลำต้นใต้ดินมีลักษณะเป็นเหง้าใหญ่แข็ง แตกไหลได้ ส่วนลำต้นที่อยู่เหนือดินจะแตกเป็นกอ ลำต้นเป็นสีเขียวมีลักษณะเป็นสามเหลี่ยม มุมมน ด้านในต้นตัน มีความสูงของต้นราวๆ 2.5 เมตร ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ดและก็การแตกไหลของลำต้น ชอบขึ้นในดินเหนียวที่ชุ่มชื้นแล้วก็มีอินทรีย์วัตถุสูง จนกระทั่งน้ำลึกราวๆ 1 เมตร เป็นพรรณไม้ที่เจริญเติบโตเร็ว ชอบความชุ่มชื้นสูง รวมทั้งแสงตะวันแบบเต็มวัน พบมากขึ้นตามแหล่งน้ำขัง ขอบคูคลอง รวมทั้งตามคลองส่งน้ำทั่วๆไป

  • ใบ

ใบเป็นใบเดี่ยว ลดรูปเป็นเกล็ดหรือแผ่นสีน้ำตาล เรียงตัวเป็นกระจุกสามระนาบรอบโคนต้น

  • ดอก

ออกดอกเป็นช่อแบบช่อซี่ร่มย่อยที่ปลายกิ่ง ช่อดอกแตกแขนงย่อยประมาณ 100-200 แขนง ยาวได้ประมาณ 12-30 เซนติเมตร ดอกเป็นสีน้ำตาลปนแดง มีใบประดับรองรับช่อดอกประมาณ 4-10 ใบ มีขนาดกว้างประมาณ 15 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 15-35 เซนติเมตร แต่ละแขนงจะมีดอกย่อยช่อละประมาณ 20-30 ดอก ดอกย่อยจะมีกาบหุ้มกว้างประมาณ 1 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 1.5-2 มิลลิเมตร เมื่อดอกย่อยบานเต็มที่จะมีขนาดกว้างประมาณ 1.5-2 มิลลิเมตร สามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี

  • ผล

ผลแห้ง มีลักษณะเป็นรูปรีหรือรูปไข่ ผลมีขนาดกว้างประมาณ 0.4-0.5 มิลลิเมตร และยาวได้ประมาณ 0.9-10 มิลลิเมตร เปลือกผลแข็ง สีเหลืองอมน้ำตาล ภายในมีเมล็ดเดียว

  • สรรพคุณ

ใบและดอกมีสรรพคุณเป็นยาแก้อาเจียน ถ่ายพิษไข้ และเป็นยาระบายอ่อน ๆ

ใช้ลำต้นนำมาตีด้วยไม้ แล้วนำน้ำยางที่ได้มาใช้สมานแผล และใช้ลำต้นที่ตีเป็นเส้นมาดามกับโคลนเพื่อเป็นการเข้าเฝือก

  • ประโยชน์

ใช้ทำเป็นเสื่อ กระเป๋ เปลญวน และใช้แทนเชือกมัดของได้ ในสมัยโบราณเคยมีการใช้กกอียิปต์ทำเป็นกระดาษ

ในด้านการใช้งานด้านภูมิทัศน์จะนิยมนำต้นกกอียิปต์มาปลูกเป็นไม้ประดับในสวนน้ำ ปลูกประดับในอ่างเลี้ยงปลา ใช้จัดสวน หรือปลูกไว้ในภาชนะประดับตามมุมอาคารและสถานที่ต่าง ๆ…

Read Post →

วงศ์ติ้ว

13 สรรพคุณ กับ 5 ประโยชน์ ของผักติ้วหรือติ้วขาว

, , No Comment

มีชื่อวิทยาศาสตร์ Cratoxylum formosum (Jacq.) Benth. & Hook.f. ex Dyer (Cratoxylum formosum subsp. formosum) ปัจจุบันนี้จัดอยู่ใน วงศ์ติ้ว ติ้วขาว มีชื่อท้องถิ่นอื่นๆว่า

  • แต้วหิน (จังหวัดลำปาง)
  • ผักเตา เตา (จังหวัดเลย)
  • ติ้วส้ม (จังหวัดนครราชสีมา)
  • กวยโชง (จังหวัดกาญจนบุรี)
  • ตาว (จังหวัดสตูล)
  • ติ้วแดง ติ้วยาง ติ้วเลือด ติ้วเหลือง (ภาคเหนือ)
  • ติ้วเหลือง (ภาคกลาง)
  • แต้ว (ภาคใต้)
  • ผักติ้ว ฯลฯ

Cratoxylum formosum (Jacq.) Benth. & Hook.f. ex Dyer (Cratoxylum formosum subsp. formosum)  วงศ์ติ้ว

  • ต้นติ้วขาว (ผักติ้ว) ชนิดที่เอ๋ยถึงในบทความนี้ (สามารถรับประทานได้) เป็นพรรณไม้คนละชนิดกันกับต้นติ้วขน หรือ ติ้วหนาม (ไม่สามารถที่จะกินเป็นผักได้) ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cratoxylum formosum subsp. pruniflorum (Kurz) Gogelein อ่านเพิ่มเติมอีกได้ที่บทความ ติ้วขน
  • ลักษณะต้นติ้วขาว จัดเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลาง มีความสูงของต้นเฉลี่ยราว 3-12 เมตร และก็บางทีอาจสูงได้ถึง 35 เมตร เรือนยอดเป็นทรงพุ่มไม้กลม โคนต้นมีหนาม กิ่งก้านเรียว ส่วนกิ่งอ่อนมีขนนุ่มอยู่ทั่วๆไป เปลือกลำต้นเป็นสีน้ำตาลปนแดง แตกล่อนเป็นสะเก็ด ส่วนเปลือกข้างในเป็นสีน้ำตาลปนเหลือง ลำต้นมีน้ำยางสีเหลืองคละเคล้าแดงซึมออกมาเมื่อถูกตัดหรือเกิดแผล ขยายพันธุ์วิธีการใช้เมล็ด ฯลฯไม้ที่ทนแล้งได้ดี เจอได้ทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และก็ทางภาคใต้ตอนเหนือ โดยจะขึ้นตามป่าดงดิบแล้ง ป่าโปร่ง ป่าเต็งรัง ป่าตามเชิงเขา รวมทั้งตามป่าเบญจพรรณ
  • ใบติ้วขาว ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงข้ามกัน ลักษณะของใบเป็นรูปวงรีปนรูปไข่กลับ หรือเป็นรูปขอบขนาน ปลายใบมนหรือแหลม โคนใบสอบเรียบ ส่วนขอบของใบโค้งเรียบ ใบมีขนาดกว้างราวๆ 2.5-4.5 ซม. และก็ยาวราวๆ 3-13 ซม. ผิวใบทั้งคู่ด้านมีขนละเอียด ใบเมื่ออ่อนจะเป็นสีชมพูอ่อนถึงสีแดง เรียบรวมทั้งเป็นมันวาว โดยในฤดูหนาวจะมองเห็นเรือนพุ่มไม้ทั้งหมดทั้งปวงเป็นสีชมพูอ่อน ใบแก่เป็นสีเขียวสด เรียบ เกลี้ยง หลังใบบนเป็นมัน ส่วนท้องใบมีต่อมกระจายอยู่ทั่วๆไป ใบแก่เป็นสีแดงหรือสีแสด มีเส้นข้างใบราวๆ 7-10 คู่ โดยจะโค้งจรดกันใกล้ขอบของใบ แล้วก็มีก้านใบยาวราวๆ 0.6-1.6 ซม.
  • ดอกติ้วขาว มีดอกเป็นช่อแบบกระจุกตามกิ่งเหนือรอยแผลของใบ กลีบดอกเป็นสีขาวอมสีชมพูอ่อนถึงสีแดง กลีบดอกมีกลิ่นหอมสดชื่นอ่อนๆออกตามซากใบ หลุดร่วงได้ง่าย ดอกมีอยู่ 5 กลีบ เมื่อดอกบานจะขยายออกราวๆ 1.2 ซม. ก้านดอกเรียวเล็กและก็มีกาบเล็กๆที่ฐานกลีบภายใน ดอกมีเกสรตัวผู้สีเหลือง สั้นๆอยู่เป็นจำนวนมาก ก้านเกสรเชื่อมติดกันเป็นกลุ่ม 3 กลุ่ม ส่วนเกสรตัวเมีย ก้านเกสรเป็นสีเขียวอ่อนมี 3 อัน รวมทั้งมีรังไข่อยู่เหนือวงกลีบ ดอกมีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ สีเขียวอ่อนปนสีแดง โดยจะออกดอกในตอนม.ค.-พ.ค.
  • ผลติ้วขาว ผลเป็นแบบแห้งและก็แตกได้ ลักษณะของผลเป็นรูปไข่ปนรูปกระสวย ผิวผลมีนวลสีขาว ผลเมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาลหรือสีน้ำตาลดำ ลักษณะของผลเป็นแบบแคปซูล ปลายแหลม ผิวเรียบรวมทั้งแข็ง มีขนาดกว้างราวๆ 0.4-0.6 ซม. และก็ยาวราวๆ 1.3-1.8 ซม. และก็จะแตกออกเป็น 3 แฉกเมื่อแก่ ภายในผลมีเมล็ดสีน้ำตาล ส่วนที่ฐานดอกมีกลีบเลี้ยงยังคงอยู่

สรรพคุณ

  • ช่วยบำรุงโลหิต ฟอกโลหิต (ยอด, ใบอ่อน, ดอก, เถา)
  • เปลือกต้นนำมาต้มกับน้ำกินแก้ธาตุพิการ (เปลือกต้น)
  • ช่วยแก้ประดง (ยอด, ใบอ่อน, ดอก, เถา)
  • ผักติ้วเป็นผักที่มีวิตามินเอสูง จึงมีสรรพคุณช่วยป้องกันไม่ให้เด็กเป็นตาบอดกลางคืน และโรคตาไก่
  • ช่วยขับลม (ยอด, ใบอ่อน, ดอก, เถา)
  • รากและใบ ใช้ต้มกับน้ำกินเป็นยาแก้อาการปวดท้อง (รากและใบ)
  • ใช้รากผสมกับรากปลาไหลและหัวแห้วหมู นำมาต้มกับน้ำดื่มวันละ 3

Read Post →

มะม่วงไม่รู้หาวมะนาวไม่รู้โห่

สรรพคุณมากมาย “มะม่วงหาวมะนาวโห่”

, , No Comment

สมุนไพรมะม่วงหาวมะนาวโห่ เป็นชื่อที่เพี้ยนมาจากชื่อ ” มะม่วงไม่รู้หาวมะนาวไม่รู้โห่ ” พืชพันธุ์ไม้จำพวกนี้มีชื่อท้องถิ่นอื่นๆว่า หนามขี้แฮด (จังหวัดเชียงใหม่), หนามแดง (กรุงเทพฯ), มะนาวไม่รู้โห่ (ภาคกลาง), มะนาวโห่ (ภาคใต้) ฯลฯ

มะม่วงหาวมะนาวโห่จัดคือผลไม้สมุนไพรประเภทหนึ่ง ลักษณะของผลจะมีสีแดงเรียวเล็กคล้ายกับมะเขือเทศราชินี สำหรับรสของผลสุกจะออกหวานนุ่มลิ้น แต่ว่าถ้าหากยังไม่สุกจะมีรสเปรี้ยวจี๊ดเข็ดฟัน มีธาตุเหล็กรวมทั้งวิตามินซีสูง เมื่อกัดไปแล้วจะมียางเหนียวๆฝาดคอ (เป็นผลไม้ในวรรณคดีเรื่องพระรถเมรี (นางสิบสอง) คนไหนเคยอ่านคงจะพอรู้กันดี)

มะม่วงไม่รู้หาวมะนาวไม่รู้โห่

มะนาวไม่รู้โห่หรือหนามแดง คือผลไม้ที่หลายท่านมองข้าม เพราะเป็นพืชพันธุ์ไม้มีหนาม ใครหลายๆคนไม่รู้สรรพคุณก็ฟันทิ้งกันไปโดยมาก ก็เลยทำให้ปัจจุบันค่อนข้างจะหามารับประทานได้ยาก นอกเหนือจากคนที่รู้เท่านั้นที่นำมาปลูกไว้ สำหรับคนโบราณแล้วผลไม้ประเภทนี้นับว่ามีประโยชน์อย่างมาก เพราะเหตุว่าเป็นมีฤทธิ์เป็นยาสมุนไพรซึ่งมีคุณประโยชน์ที่นานัปการสำหรับในการช่วยซ่อมแซมร่างกายแล้วก็ช่วยรักษาโรคได้เกือบทุกชนิด สำหรับวิธีรับประทานก็เอามาล้างให้สะอาดแล้วกินกันสดๆได้เลยครับ
นอกจากผลแล้ว ส่วนอื่น ๆ ก็ยังมีประโยชน์อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นราก ใบ ยอดอ่อน เมล็ด เนื้อไม้ และแก่น ก็ล้วนแต่มีสรรพคุณทางยาทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้กระทั่งยางก็ช่วยในการสมานแผลได้ เรียกได้ว่าแทบจะทุกส่วนจริง ๆ แล้วเราจะไม่เรียกหนามแดงว่าเป็นสมุนไพรที่ช่วยซ่อมแซมร่างกายได้ยังไง

สำหรับผู้ที่รับประทานผลเข้าไปประมาณ 10 นาที แล้วรู้สึกแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แสดงว่าคุณอาจเป็นโรคหัวใจโต ควรรับประทานวันละ 1 ผลเพื่อให้ร่างกายปรับสภาพจนชินก่อน เมื่อไม่มีอาการแล้วค่อยเพิ่มปริมาณเป็น 10 ผล รับประทานประมาณ 3 เดือนจะทำให้เลือดลมไหลเวียนดี โดยหญิงชายกินได้ โรคภัยหายสิ้น แต่สำหรับหญิงมีครรภ์ห้ามรับประทาน

ประโยชน์

มะม่วงหาวมะนาวโห่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยในการชะลอวัยและริ้วรอย (ผล),ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง (แก่น),แก้อาการอ่อนเพลีย เมื่อยล้า (เนื้อไม้),เพิ่มความกระชุ่มกระชวยให้กับร่างกาย (ผล),ช่วยให้เจริญอาหาร (ราก),มีส่วนช่วยลดความอ้วน (ผล),ช่วยขยายหลอดเลือดป้องกันการเกิดโรคหัวใจ (ผล),มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง (ผล),ธาตุเหล็กในผลมีส่วนช่วยรักษาโรคเบาหวาน (ผล),มีส่วนช่วยรักษาโรคโลหิตจาง (ผล),ช่วยรักษาโรคปอด (ผล),ช่วยรักษาโรคถุงลมโป่งพองจากการสูบบุหรี่ได้ดีมาก (ผล),ช่วยรักษาโรคไต (ผล),บรรเทาอาการของโรคตับ อย่างโรคตับแข็ง (ผล),ช่วยรักษาโรคเกาต์ (ผล),ช่วยรักษาและบรรเทาอาการของโรคไทรอยด์ (ผล),ช่วยป้องกันโรคไหลตาย (ผล),ในบังคลาเทศใช้ใบรักษาโรคลมชัก (ใบ),มีส่วนช่วยบรรเทาอาการของโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต มือเท้าชา (ผล),ช่วยบำรุงกำลัง (เนื้อไม้),ช่วยบำรุงธาตุ (ราก, แก่น, เนื้อไม้),ช่วยบำรุงไขมันในร่างกาย (แก่น, เนื้อไม้),ช่วยแก้ไข้ รวมถึงไข้มาลาเลีย (ราก, ใบ),ช่วยดับพิษร้อน (ราก),ช่วยบรรเทาอาการของโรคภูมิแพ้ (ผล),ช่วยแก้และบรรเทาอาการไอ (ผล),ช่วยขับเสมหะ (ผล),มีส่วนช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะ ไมเกรน,แก้อาการเจ็บคอ เจ็บในปาก (ใบ),ช่วยรักษาลักปิดลักเปิดหรือโรคเลือดออกตามไรฟัน สมานแผลในช่องปาก (ผล),ช่วยบำรุงกระเพาะอาหาร (ราก),แก้อาการท้องเสีย (ใบ),ช่วยรักษาโรคบิด (ใบ),ช่วยขับปัสสาวะ (ผล),ช่วยรักษาริดสีดวงทวาร (ยอดอ่อน),ช่วยขับพยาธิ (ราก),ช่วยรักษาโรคเท้าช้าง (น้ำยาง),ช่วยฆ่าเชื้อ (ผล),ผลสุกใช้ในการสมานแผล (ผล, ยาง),ใช้รักษาโรคผิวหนังเรื้อรัง (เปลือกต้น),ช่วยแก้อาการคัน (ราก),ในอินเดียใช้รากเพื่อรักษาแผลเบาหวาน (ราก),แก้กลากเกลื้อน (เมล็ด, น้ำยาง),แก้อาการเนื้อหนังชาในโรคเรื้อน (เมล็ด),ช่วยรักษาแผลเนื้องอก (น้ำยาง),ช่วยรักษาหูด (น้ำยาง),ช่วยทำลายตาปลาและช่วยกัดทำลายเนื้อที่ด้านเป็นปุ่มโต (น้ำยาง)
,ใช้พอกดับพิษ (ผล),ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามข้อ (ผล)

น้ำของผลสามารถนำมาใช้ปรุงอาหารแทนมะนาวได้,ใช้ทำเป็นผลไม้หมักดอง,นำมาประกอบอาหารได้หลายเมนู เช่น ผัดไทยเต้าหู้มะนาวโห่ น้ำพริก,เผามะนาวโห่ ฟรุ้ตตี้ลืมหาว เป็นต้น…

Read Post →

ได้แก่

ต้นพลองใบใหญ่ ยาขับประจำเดือนสำหรับสาวๆ

, , No Comment

สมุนไพรขับประจำเดือนของภาคใต้ ได้แก่ ต้นพลองใบใหญ่

ต้นพลองใบใหญ่ จัดอยู่ใน วงศ์โคลงเคลง สมุนไพรพลองใบใหญ่มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ได้แก่

  • เหมือดดง ภาษาท้องถิ่นจังหวัดหนองคาย
  • พลองแก้มอ้น ภาษาท้องถิ่นจังหวัดชุมพร
  • เปลือกบาง ภาษาท้องถิ่นจังหวัดนราธิวาส
  • พลอง ภาษาท้องถิ่นจังหวัดนครศรีธรรมราช
  • พลองใบเอียด ภาษาท้องถิ่นจังหวัดตรัง
  • กำชำ ภาษาท้องถิ่นทางภาคใต้
  • นิปิกูเละ ภาษาท้องถิ่นมลายู-จังหวัดนราธิวาส

ลักษณะ ของต้นพลองใบใหญ่ จัดเป็นพรรณไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ลำต้นมีลักษณะตั้งตรง สูงได้ประมาณ 3-8 ม.

ใบ พลองใบใหญ่ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้าม ลักษณะของใบเป็นรูปวงรี รูปวงรีแกมขอบขนาน หรือรูปขอบขนานแกมรูปใบหอก ใบมีขนาดกว้างประมาณ 3-5 ซม. และยาวประมาณ 7-14 ซม. ผิวใบด้านบนเป็นสีเขียวเข้ม ส่วนด้านล่างเป็นสีเขียวอ่อน

ดอก พลองใบใหญ่ ออกดอกเป็นช่อเชิงหลั่นตามซอกใบและกิ่งก้าน ลักษณะเป็นรูปครึ่งทรงกลม ดอกย่อยนั้นมีจำนวนมาก กลีบดอกเป็นสีม่วงแกมชมพู

ผลพลองใบใหญ่ ผลเป็นผลสด ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลม ผลเป็นสีเขียว เปลี่ยนเป็นสีเหลือง เมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงดำ

สรรพคุณ ตำรายาพื้นบ้านทางภาคอีสานจะใช้ลำต้นพลองใบใหญ่ นำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาขับประจำเดือนของสตรี…

Read Post →