Monthly Archives For มิถุนายน 2019

สูตรน้ำจับเลี้ยง

สูตรน้ำจับเลี้ยง สูตรทำน้ำสมุนไพร เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพยอดนิยมเติมความสดชื่น

, , No Comment

สูตรน้ำจับเลี้ยง สูตรทำน้ำสมุนไพร

สูตรน้ำจับเลี้ยง ใครอยากคลายร้อนหรือร้อนในมาลองดื่มน้ำจับเลี้ยงกัน สูตรนี้ใช้เครื่องจับเลี้ยงสำเร็จรูปต้มกับน้ำเปล่า เติมน้ำตาลทราย พอเดือดเทใส่แก้วน้ำแข็งหรือเอาไปแช่เย็นแล้วค่อยดื่ม

ส่วนผสม น้ำจับเลี้ยง
จับเลี้ยงสำเร็จรูปน้ำหนักประมาณ 50-70 กรัม จำนวน 1 ห่อ
น้ำ 2 ลิตร
น้ำตาลทราย หรือน้ำตาลทรายแดง (ตามชอบ)

วิธีทำน้ำจับเลี้ยง
1. ใส่เครื่องจับเลี้ยงลงในหม้อ ตามด้วยน้ำ ต้มไฟอ่อนจนเดือด และน้ำเปลี่ยนสี ประมาณ 20 นาที ยกลงจากเตา กรองด้วยผ้าขาวบางเอาเฉพาะน้ำ เทกลับใส่หม้อ นำขึ้นตั้งไฟ
2. ใส่น้ำตาลทรายแดง คนผสมให้เข้ากัน ต้มจนเดือด ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น ตักใส่ขวด นำเข้าแช่เย็นจนถึงเวลาดื่ม

บาคาร่า

Read Post →

สูตรยำตะไคร้ทูน่า

สูตรยำตะไคร้ทูน่า สูตรตะไคร้ เมนูอาหารจานอร่อยจากสมุนไพรกลิ่นหอม

, , No Comment

สูตรยำตะไคร้ทูน่า สูตรตะไคร้

สูตรยำตะไคร้ทูน่า เอาใจสาว ๆ ที่กำลังมองหาสูตรอาหารจากตะไคร้ มาลองทำเมนูยำตะไคร้ทูน่า สูตรจาก คุณสมาชิกหมายเลข 2545761 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม จับปลาทูน่าเคล้ากับขิงและตะไคร้ เติมพริกกับน้ำมะนาว แกล้มกับผักดิบหรือผักลวกตามชอบ

ส่วนผสม ยำตะไคร้ทูน่า

• ทูน่ากระป๋อง (แนะนำเป็นทูน่าในน้ำแร่)
• พริกชี้ฟ้า
• ขิง
• ตะไคร้ซอย
• มะนาว
• ใบสะระแหน่
• เกลือ (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)

วิธีทำยำตะไคร้ทูน่า

1. หั่นขิงเป็นลูกเต๋าเล็ก ๆ และนำพริกมาสไลซ์บาง ๆ
2. ใส่พริก ขิง และตะไคร้ที่หั่นแล้วใส่ถ้วย บีบน้ำมะนาวตามชอบ
3. ใส่ทูน่าลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน เสร็จแล้วใส่ใบสะระแหน่ จัดเสิร์ฟ

บาคาร่า

Read Post →

สูตรหอยลายคั่วสมุนไพร

สูตรหอยลายคั่วสมุนไพร เมนูสมุนไพร ทั้งอาหารจานเดียวและกับข้าวอร่อยได้สุขภาพ

, , No Comment

สูตรหอยลายคั่วสมุนไพร เมนูสมุนไพร

สูตรหอยลายคั่วสมุนไพร หอยลายกระป๋องทำอะไรได้บ้าง ? จับมาทำหอยลายคั่วสมุนไพรสักมื้อสิคะ ทีเด็ดคือเอาเครื่องสมุนไพรไปทอดจนสุกกรอบแล้วค่อยเอามาเคล้ากับหอยลาย ใส่พริกแห้งและเกลือ กินเป็นกับข้าวหรือกับแกล้มก็อร่อยค่ะ

ส่วนผสม หอยลายคั่วสมุนไพร
หอยลายกระป๋อง
ใบมะกรูดฉีก
กระเทียมกลีบใหญ่
หอมแดง
กระชาย
ตะไคร้
พริกไทยอ่อน
แป้งสาลีอเนกประสงค์
น้ำมันพืชสำหรับทอด
พริกขี้หนูแห้ง
เกลือป่น

วิธีทำหอยลายคั่วสมุนไพร
1. เตรียมผักและสมุนไพร โดยซอยตะไคร้ หอมแดง กระเทียม และกระชายเป็นแว่นบาง ๆ จากนั้นหั่นครึ่งพริกไทยอ่อน เตรียมไว้
2. เคล้าผสมผักสมุนไพรที่เตรียมไว้ทั้งหมดกับแป้งสาลีอเนกประสงค์ให้เข้ากัน ให้แป้งกระจายติดสมุนไพรให้ทั่ว (แป้งสาลีฯ จะช่วยให้สมุนไรพกรอบ)
3. ทอดสมุนไพร โดยใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟพอร้อนใส่สมุนไพรที่คลุกแป้งไว้ลงไปทอดจนเหลืองและกรอบ ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน เตรียมไว้
4. ใส่สมุนไพรที่สะเด็ดน้ำมันแล้วลงในอ่างผสม ตามด้วยหอยลายกระป๋อง เติมเกลือป่นลงไปเล็กน้อย จากนั้นเคล้าผสมให้เข้ากัน เติมพริกแห้งลงไปผสมให้เข้ากันอีกครั้ง
5. ตักส่วนผสมหอยลายคั่วสมุนไพรใส่จาน แต่งให้สวยงาม พร้อมเสิร์ฟ  บาคาร่า

Read Post →

สูตรน้ำกระเจี๊ยบ

สูตรน้ำกระเจี๊ยบ สูตรทำน้ำสมุนไพร เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพยอดนิยมเติมความสดชื่น

, , No Comment

สูตรน้ำกระเจี๊ยบ สูตรทำน้ำสมุนไพร

สูตรน้ำกระเจี๊ยบ มีสรรพคุณขับเสมหะทำให้ชุ่มคอ ใครอยากทำน้ำกระเจี๊ยบ แค่เอาดอกกระเจี๊ยบแห้งต้มกับพุทราจีน เติมเกลือและน้ำตาลตัดรส

ส่วนผสม น้ำกระเจี๊ยบ
ดอกกระเจี๊ยบแดงแห้ง 1 กำมือ
พุทราจีน 1 กำมือ
น้ำ 1-1.5 ลิตร
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
เกลือป่น 1 ช้อนชา

วิธีทำน้ำกระเจี๊ยบ
1. ล้างดอกกระเจี๊ยบแดงแห้งและพุทราจีนในน้ำสะอาด เอาเศษฝุ่นออก (อย่าแช่น้ำนานเพราะจะทำให้เสียรสชาติและคุณค่าทางอาหาร)
2. ต้มน้ำจนเดือดแล้วใส่กระเจี๊ยบกับพุทราจีนลงไปต้ม เคี่ยวจนน้ำเริ่มเปลี่ยนสี เติมเกลือป่น และน้ำตาลทรายลงไป คนผสมให้ละลาย (ชิมรสตามต้องการ) ยกลงกรองเอากากออก พักไว้จนเย็น เทใส่แก้ว เติมน้ำแข็ง พร้อมดื่ม หรือเทเก็บใส่ขวดแช่เย็นเก็บไว้ดื่ม  บาคาร่า

Read Post →

สรรพคุณใบเตย

สรรพคุณใบเตย…มีดีที่ไม่ใช่แค่กลิ่นหอม สมุนไพรไทยๆ

, , No Comment

สรรพคุณใบเตย…มีดีที่ไม่ใช่แค่กลิ่นหอม

สรรพคุณใบเตย …ก็แหมเวลาเราได้กลิ่นหอม ๆ ของใบเตย หรือ “เตยหอม” ผสมอยู่ในขนมไทยทีไร ก็ชวนให้เราอยากคว้าขนมไทยชิ้นนั้นขึ้นมาหม่ำไปซะที (ปกติก็ชอบหม่ำอยู่แล้ว อิอิ)

สำหรับ “เตยหอม” นั้น ทุกคนน่าจะรู้จักกันดีใช่ไหมล่ะจ๊ะ โดยเฉพาะ “ใบเตย” ที่มักถูกนำมาผสมในอาหาร เพื่อให้อาหารมีกลิ่นหอมน่ารับประทาน แถมยังช่วยแต่งสีเขียวให้กับขนมไทยด้วย ซึ่งคนทั่วไปอาจจะรู้ว่าประโยชน์ของ “เตยหอม” มีเพียงเท่านี้ แต่จริง ๆ แล้ว นอกจาก “เตยหอม” จะมีดีที่ความหอมแล้ว ยังมีสรรพคุณทางยาที่ดีต่อสุขภาพแฝงอยู่ด้วยนะ

โดย “ใบเตยหอม” 100 กรัม จะให้พลังงานถึง 35 กิโลแคลอรี และยังมีคุณค่าทางโภชนาการอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

น้ำ 85.3 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 4.6 กรัม
โปรตีน 1.9 กรัม
ไขมัน 0.8 กรัม
กาก 5.2 กรัม
แคลเซียม 124 มิลลิกรัม
ฟอสฟอรัส 27 มิลลิกรัม
เหล็ก 0.1 มิลลิกรัม
เบต้า-แคโรทีน 2.987 ไมโครกรัม
วิตามินบี 2 0.20 มิลลิกรัม
ไนอะซีน 1.2 มิลลิกรัม
วิตามินซี 8 มิลลิกรัม

มาที่สรรพคุณสุดแสนจะน่าอัศจรรย์ของเตยหอมกันบ้าง นอกจากจะนำ “ใบ” มาใช้ผสมอาหาร แต่งกลิ่น ให้สีเขียวแล้ว ผลการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ยังพบว่า “เตยหอม” มีฤทธิ์ทางยาด้วย ดังนี้

ใบ

ใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ เพราะใบเตยมีฤทธิ์ลดอัตราการเต้นของหัวใจ จึงช่วยบำรุงหัวใจได้อย่างดี วิธีรับประทานคือ ใช้ใบสดผสมในอาหาร แล้วรับประทาน หรือนำใบสดมาคั้นน้ำรับประทาน ครั้งละ 2-4 ช้อนแกง

ช่วยดับกระหาย เนื่องจากใบเตยมีกลิ่นหอมเย็น หากนำมาผสมน้ำรับประทาน จะช่วยดับกระหาย คลายร้อน ทานแล้วรู้สึกชื่นใจ และชุ่มคอได้เป็นอย่างดี วิธีรับประทานคือ นำใบเตยสดมาล้างให้สะอาด นำมาตำหรือปั่นให้ละเอียด แล้วเติมน้ำเล็กน้อย คั้นเอาแต่น้ำดื่ม

รักษาโรคหัด หรือ โรคผิวหนัง โดยนำใบเตยมาตำแล้วมาพอกบนผิว

รากและลำต้น

ใช้รักษาโรคเบาหวาน เพราะรากและลำต้นของเตยหอมนั้น มีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด วิธีรับประทานก็คือ ใช้ราก 1 กำมือนำไปต้มเป็นน้ำดื่ม ทุกเช้า-เย็น

ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ โดยการนำต้นเตยหอม 1 ต้น หรือราก ครึ่งกำมือ ไปต้มกับน้ำดื่ม  บาคาร่า

นอกจากนี้ เตยหอม ยังช่วยแก้อ่อนเพลีย ดับพิษไข้ และชูกำลังได้อีกด้วย เห็นสรรพคุณมากมายขนาดนี้แล้ว ต้องบอกว่าไม่ธรรมดาจริง ๆ สำหรับเจ้าพืชสีเขียวใบเรียวชนิดนี้…

Read Post →

สรรพคุณดอกชบา

สรรพคุณดอกชบา สรรพคุณทางยาดีงามไม่แพ้หน้าตาเลย

, , No Comment

สรรพคุณดอกชบา สรรพคุณทางยาดีงามไม่แพ้หน้าตาเลย

สรรพคุณดอกชบา ความหมายอาจไม่ค่อยดีในไทย แต่ประโยชน์ของดอกชบามีดีไม่แพ้หน้าตาเลยทีเดียว ทั้งแก้ประจำเดือนไม่ปกติ บำรุงเลือด หรือชงเป็นชาดอกชบาแก้กระหายก็ยังได้

ชบา ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ที่น่าสนใจ

ชบา มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Hibiscus rosa – sinensis L. อยู่ในวงศ์ MALVACEAE ลักษณะโดยทั่วไปของชบาเป็นไม้พุ่มขนาดกลาง ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงเวียนกัน ขอบใบจักคล้ายฟันเลื่อย ดอกเป็นดอกเดี่ยวมีหลายสี ทั้งสีแดง ชมพู แสด ม่วง เหลือง หรือชบาขาว กลีบดอกมีทั้งดอกซ้อนและไม่ซ้อน

ประโยชน์ของดอกชบา สรรพคุณดีงามไม่แพ้ใคร

เมื่อก่อนชบาอาจเป็นต้นไม้ที่ไม่ค่อยมีใครรักใคร่มากนัก เพราะความเชื่อที่ติดตัวมาตั้งแต่สมัยโบราณ แต่ถึงกระนั้นประโยชน์ของดอกชบาก็มีหลากหลาย ดังนี้

1. ดับพิษร้อน


ดอกชบามีฤทธิ์เย็น ช่วยดับพิษร้อนในร่างกาย แก้ไข้ โดยนำดอกชบาสีแดงสดหรือแห้งก็ได้ ตัดเกสรทิ้ง แล้วนำมาชงในน้ำร้อนดื่มเป็นชาบำรุงร่างกาย

2. บำรุงเลือด

ดอกชบาสีแดงมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อว่าแอนโทไซยานิน มีคุณสมบัติช่วยการไหลเวียนของเลือด ทั้งยังมีการศึกษาถึงสรรพคุณของแอนโทไซยานินว่ามีส่วนช่วยบำรุงหัวใจ ส่งเสริมให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจได้ดีขึ้น โดยใช้ดอกชบาสีแดง 1 กำมือ บีบให้พอช้ำ แล้วนำไปต้มกับน้ำ 1 ลิตร รอเดือดประมาณ 10-15 นาที กรองเอาแต่น้ำมาดื่ม

3. แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ

เนื่องจากสรรพคุณของดอกชบาที่ช่วยบำรุงเลือด ดอกชบาจึงเป็นดอกไม้ที่โบราณนำมารักษาอาการประจำเดือนผิดปกติ โดยเฉพาะอาการประจำเดือนมามากกว่าปกติ และประจำเดือนไม่มา โดยให้ใช้ดอกชบาสด 2-3 ดอก บดละเอียด ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนแกง และมะนาว 1 ซีก กินเป็นยาแก้ประจำเดือนไม่ปกติ

4. บำรุงน้ำนมสตรีหลังคลอดบุตร


ดอกชบามีสรรพคุณบำรุงน้ำนมสตรีหลังคลอดบุตร โดยชบาจะช่วยในเรื่องกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ช่วยบำรุงน้ำนมแม่หลังคลอด นอกจากนี้หากนำใบอ่อนของชบามาขยี้กับน้ำเล็กน้อยแล้วมาทาบริเวณหน้าท้องหญิงตั้งครรภ์ 7 เดือนขึ้นไป หรือนำใบอ่อน 1 กำมือมาตำให้ละเอียด แล้วนำมาคั้นผสมกับน้ำต้มสุกให้ได้ 1/2 แก้วชา จากนั้นค่อยกรองมาดื่มสัปดาห์ละครั้ง ก็เชื่อว่าจะช่วยให้คลอดบุตรง่ายขึ้นด้วย

5. รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก

เนื่องจากชบามีฤทธิ์เป็นยาเย็น จึงสามารถนำมารักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวกได้ดี โดยนำใบชบา 5-10 ใบ ล้างแล้วตำให้ละเอียด จากนั้นนำมาพอกแผลหรือบริเวณที่มีอาการ

6. ขับปัสสาวะ

รากและใบของชบามีฤทธิ์ช่วยขับปัสสาวะ โดยนำรากต้นชบาขาว 1 กำมือ ล้างให้สะอาดแล้วทุบให้แหลก จากนั้นนำมาต้มกับน้ำ 1 ลิตร รอจนเดือดประมาณ 20 นาที แล้วกรองเอาแต่น้ำมาดื่มครั้งละ 1/2 แก้วชา วันละ 2 เวลาหลังอาหาร

7. บรรเทาอาการบวม ฟกช้ำ

เลือกใช้รากดอกชบาขาวหรือแดงก็ได้ นำมาตำให้ละเอียดแล้วพอกแก้อาการบวม ฟกช้ำ

8. ช่วยขับน้ำย่อย ช่วยให้เจริญอาหาร


ชาดอกชบามีสรรพคุณช่วยขับน้ำย่อย และกระตุ้นให้รู้สึกเจริญอาหารมากขึ้น โดยวิธีชงชาดอกชบาให้นำดอกชบาแดง 3-4 ดอก ต้มกับน้ำสะอาด 1 แก้ว (250 cc) รอจนน้ำเดือดแล้วปิดไฟ กรองเอาแต่น้ำมาผสมกับน้ำผึ้ง 2 ช้อนชา คนให้เข้ากันแล้วดื่มเป็นชาได้เลย

9. แก้ผดผื่นคัน รักษาฝี

ดอกชบามีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบรรเทาอาการผดผื่นคันหรือรักษาแผล ฝี ริดสีดวงได้ โดยนำดอกชบาที่ยังตูมมาขยี้ทาบริเวณที่มีอาการ

10. บำรุงผม แก้ผมขาดหลุดร่วง


ตำรับยาโบราณมีการนำเอาดอกชบามาบำรุงผมให้ผมดกดำ (เนื่องจากน้ำคั้นดอกชบามีสีดำ) แก้ปัญหาผมขาดหลุดร่วง วิธีใช้ก็แค่นำดอกชบาสีใดก็ได้ 1 กำมือ บดให้ละเอียด แล้วใช้ชโลมศีรษะให้ทั่ว นวดเบา ๆ แล้วหมักทิ้งไว้ 5 นาที จากนั้นก็ล้างน้ำออกเป็นปกติ

นอกจากนี้ดอกชบายังนิยมนำไปทาเพื่อปลูกคิ้วให้เด็กทารก คล้าย ๆ สรรพคุณของดอกอัญชัญ แถมในอดีตยังใช้น้ำคั้นจากดอกชบาขัดถู หรือย้อมรองเท้าอีกด้วยนะคะ จึงมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Shoe flower เท่านั้นยังไม่พอ ดอกชบายังสามารถนำมาประกอบอาหารได้ โดยใส่ในแกงเลียง แกงจืด ชุบแป้งทอดกรอบ หรือลวกจิ้มน้ำพริกก็อร่อย  บาคาร่า

Read Post →

สรรพคุณรากสามสิบ

สรรพคุณรากสามสิบ สมุนไพรบำรุงสตรี แถมพ่วงสรรพคุณอื่น ๆ มาเพียบ !

, , No Comment

สรรพคุณรากสามสิบ สมุนไพรบำรุงสตรี

สรรพคุณรากสามสิบ สรรพคุณสมุนไพรไทยเพื่อสุขภาพ ที่คนอยากมีลูกห้ามพลาด

รากสามสิบ สรรพคุณเด่น ๆ ของสมุนไพรตัวนี้ขึ้นชื่อเรื่องเป็นยาบำรุงสำหรับสตรี ซึ่งหลายคนอาจเคยเห็นสมุนไพรรากสามสิบแบบแคปซูลกันมาบ้าง แล้วรู้ไหมคะว่า ประโยชน์ของรากสามสิบ สมุนไพรตัวเด็ดนี้ไม่ได้มีดีแค่ช่วยคนอยากมีลูกเท่านั้น

รากสามสิบ สมุนไพรนี้มีที่มา

รากสามสิบแท้จริงแล้วถูกเรียกหลายชื่อมาก ๆ เช่น สาวร้อยผัว จ๋วงเครือ (ภาคเหนือ) ผักชีช้าง ผักหนาม (ภาคอีสาน) สามร้อยราก สามสิบ ชีช้าง จั่นดิน หรือม้าสามต๋อน มีชื่อสามัญว่า Shatavari

ส่วนลักษณะต้นรากสามสิบเป็นไม้เลื้อยเนื้อแข็ง มีหนามแหลม มีเหง้าและรากใต้ดินคล้ายรากของต้นกระชาย ดอกมีขนาดเล็ก สีขาว แยกเป็นช่อ มีกลิ่นหอม เป็นต้นที่มีผลสดลักษณะกลม ผิวเรียบมัน และมีเมล็ดสีดำ

สรรพคุณ

รากสามสิบถูกเปรียบให้เป็นพลังแห่งการฟื้นฟูความสาว (Female Rejuvenation) เป็นยาโบราณที่หมอแผนโบราณและแพทย์สมุนไพรใช้เป็นยาบำรุงสำหรับสตรีมาตั้งแต่อดีต ซึ่งก็นับเป็นที่มาของชื่อสาวร้อยผัว ชื่อเล่นอีกชื่อของรากสามสิบนั่นเอง โดยคนโบราณมักจะนำรากมาต้มกินหรือปั้นเป็นลูกกลอนกินกับน้ำผึ้ง ซึ่งบอกต่อ ๆ กันว่า จะช่วยบำรุงสตรีให้ไมว่าจะอายุเท่าไรก็มีลูกได้ง่าย

นอกจากนี้สมุนไพรรากสามสิบยังผ่านการวิจัยสรรพคุณมามากมาย โดยพบว่า รากสามสิบมีสรรพคุณทางเภสัชวิทยาตามนี้ติดตัวอยู่ด้วย

– ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา
– คลายกล้ามเนื้อมดลูก
– บำรุงหัวใจ
– ลดการอักเสบ
– แก้ปวด
– ยับยั้งเบาหวาน
– ปราบเซลล์มะเร็ง
– กระตุ้นภูมิคุ้มกัน
– ต้านภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ
– ลดระดับไขมันเลือด
– ป้องกันกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
– ลดอาการหัวใจโตที่เกิดจากความดันโลหิตสูง
– มีฤทธิ์ใกล้เคียงฮอร์โมนเอสโตรเจน (ฮอร์โมนเพศหญิง)
– ช่วยสร้างสมดุลฮอร์โมนเพศหญิง
– ขับน้ำนม
– ช่วยให้การตกไข่สมบูรณ์
– ช่วยบำรุงกำลังท่านชาย
– เสริมความแข็งแรงของน้ำเชื้ออสุจิ
– ยับยั้งการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร
– ลดอาการกรดเกินในกระเพาะอาหาร
– ยับยั้งพิษต่อตับ
– แก้ริดสีดวงทวาร
– ขับลม
– ขับปัสสาวะ
– ขับเสมหะ
– บำรุงเด็กในครรภ์
– แก้ตกเลือด
– รักษาโรคคอพอก
– แก้ปวดเมื่อย ครั่นตัว
– ฝนรากทาเป็นยาแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อยได้
– กระตุ้นประสาท ชูกำลัง

ข้อควรระวังในการใช้สมุนไพรรากสามสิบ

เนื่องจากสมุนไพรรากสามสิบออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน ดังนั้นจึงจัดเป็นยาสมุนไพรที่ไม่ปลอดภัยนักต่อเพศหญิงที่มีความเสี่ยงโรคมะเร็งอยู่แล้ว เช่น ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเนื้องอกในมดลูก (Uterine Fribrosis) หรือมีก้อนเนื้อในเต้านม (Fibrocystic Breast) เป็นต้น ดังนั้นไม่ว่าจะใช้สมุนไพรอะไรก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อนจะดีที่สุดนะคะ

เห็นสรรพคุณกันไปแล้วหลายคนเริ่มสนใจอยากหารากสามสิบมาบำรุงสุขภาพกันบ้าง แต่ก็อย่าลืมที่เตือนไว้นะคะ ก่อนซื้อแคปซูลรากสามสิบมากิน ควรตรวจสอบแหล่งที่มาและเครื่องหมายการค้า รวมทั้งการรับรองจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือด้วย   บาคาร่า

Read Post →

สรรพคุณกระวาน

สรรพคุณกระวาน สมุนไพรตัวจ้อย แต่สรรพคุณภายในบิ๊กเบิ้ม

, , No Comment

สรรพคุณกระวาน สมุนไพรตัวจ้อย

สรรพคุณกระวาน อีกหนึ่งเครื่องเทศที่ช่วยเพิ่มเติมรสชาติอาหาร แถมพ่วงด้วยสรรพคุณดี ๆ ที่รู้แล้วต้องร้องว้าว

เครื่องเทศ หนึ่งในเคล็ดลับเพิ่มเติมความอร่อยให้กับอาหารหลากหลาย ที่เราอาจจะพอได้ทราบกันแล้วว่าเจ้าเครื่องเทศที่เราใส่ลงไปในอาหารบางอย่างเนี่ย มีสรรพคุณทางยาและประโยชน์ต่อสุขภาพของเราอย่างมากมาย และวันนี้เราก็จะหยิบเอาเครื่องเทศอีกชนิดหนึ่งอย่าง กระวาน ที่ว่ากันว่าเต็มไปด้วยสรรพคุณ มากะเทาะเปลือกเผยความเด็ดดวงของคุณค่าที่ดีเยี่ยมกันค่ะ เห็นว่าเป็นเพียงแค่สมุนไพรเม็ดเล็ก ๆ แต่ก็อย่าสบประมาทประโยชน์ของกระวานเลยเชียวนะ
กระวาน มีอีกหลากหลายชื่อ ได้แก่ กระวานดำ, กระวานแดง, กระวานขาว, กระวานจันทร์, กระวานโพธิสัตว์ มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Siam Cardamom และมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Amomum krervanh Pierre เป็นหนึ่งในเครื่องเทศที่ได้รับความนิยมจากชาวตะวันตกมานานตั้งแต่สมัยโบราณ เนื่องจากเป็นเครื่องเทศที่มีกลิ่นหอม นอกจากนี้ยังเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยามากมาย สามารถนำหลายส่วนของต้นมาใช้เป็นยาได้ ไม่ว่าจะเป็น ราก หัว หน่อ เปลือก แก่น กระพี้ ใบ และผลแก่ โดยที่นำมาใช้ส่วนใหญ่มักจะเป็นผลของกระวาน หรือที่เรียกว่าลูกกระวานนั่นเอง

กระวาน เป็นหนึ่งในสมุนไพรที่มีคุณค่าทางอาหารสูง อุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น แคลเซียม ฟอสฟอรัส หรือธาตุเหล็ก ซึ่งตามที่กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข รายงานไว้ ลูกกระวาน 100 กรัม มีคุณค่าทางโภชนาการดังนี้

– พลังงาน 254 กิโลแคลอรี
– โปรตีน 9.5 กรัม
– ไขมัน 6.3 กรัม
– คาร์โบไฮเดรต 39.7 กรัม
– แคลเซียม 16 กรัม
– ฟอสฟอรัส 23 มิลลิกรัม
– ธาตุเหล็ก 12.6 มิลลิกรัม

นอกจากนี้ลูกและเมล็ดของต้นกระวานก็ยังมีกลิ่นคล้ายการบูร รวมทั้งรสชาติก็ยังเผ็ดร้อน จึงนิยมนำมาทำเป็นอาหารมากมายเช่น แกงเผ็ด แกงมัสมั่น หรือใช้แต่งกลิ่น แต่งสีของเหล้า ขนมปัง เค้ก คุกกี้ แฮม และอื่น ๆ

กระวาน กับลักษณะทางพฤกษศาสตร์

กระวานเป็นพืชล้มลุก มีเหง้า ความสูงสุดประมาณ 2 เมตร ลักษณะต้นเป็นกาบใบหุ้มซ้อนกัน จึงทำให้ดูคล้ายลำต้น เป็นพืชใบเดี่ยว ใบแคบยาว ขอบขนาน มีขนาดยาว 15-25 ซม. ปลายใบแหลม ช่อดอกจะออกจากเหง้าชูและขึ้นมาเหนือพื้นดิน เป็นรูปทรงกระบอก ยาว 6-15 ซม. ก้านของช่อดอกยาว 5-15 ซม. ใบประดับสีเหลืองนวล กลีบดอกสีเหลือง เป็นหลอดแคบ

ลักษณะผลมีสีนวล และค่อนข้างกลม ภายในผลแบ่งออกเป็น 3 พู ผลอ่อนจะมีขนและจะร่วงไปเมื่อผลแก่ เมล็ดมีขนาดเล็ก โดยเมล็ดอ่อนจะมีสีขาวและมีเยื่อหุ้ม เมื่อแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีดำ นอกจากนี้ผลและเมล็กของกระวานยังมีกลิ่นหอมคล้ายการบูรอีกด้วย

กระวาน สรรพคุณทางยาแน่นเอี้ยด เต็มเปี่ยมด้วยคุณค่า

ตั้งแต่รากจนถึงปลายยอดของต้นกระวาน สามารถนำมาใช้ในการรักษาอาการป่วยต่าง ๆ ได้แทบจะทุกส่วนเลยล่ะค่ะ ซึ่งสรรพคุณที่เด็ด ๆ ของกระวานมีดังนี้ค่ะ

ราก – นำมาต้มดื่มจะช่วยในการฟอกเลือด ขับลม รักษาโรครำมะนาด และละลายเสมหะ

หัวและหน่อ – ใช้ในการขับพยาธิในเนื้อให้ออกมา นอกจากนี้ยังสามารถรับประทานคู่กับน้ำพริกได้อีกด้วย

เปลือก – แก้ไข้ แก้อาการผอมและตัวเหลือง รักษาโรคผิวหนังบางชนิด ขับเสมหะ บำรุงธาตุ

แก่น – รักษาอาการโลหิตเป็นพิษ

ใบ – ขับลม แก้อาการจุกเสียดแน่นอนท้อง ท้องเฟ้อ บำรุงธาตุ บำรุงร่างกาย และรักษาอาการโรครำมะนาด

กระพี้ – รักษาโรคผิวหนังบางชนิด และบำรุงโลหิต

ลูกกระวาน – ผลแก้ของกระวานมีฤทธิ์ช่วยขับลม และช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ช่วยขับเลือดเสีย บำรุงธาตุ ช่วยให้เจริญอาหาร รักษาโรครำมะนาด แก้อาการจุกเสียดแน่นอนท้อง แก้ท้องเฟ้อ

เมล็ด – แก้อาการอาหารไม่ย่อย แก้อาการท้องผูก บำรุงธาตุ

นอกจากนี้ยังมีการศึกษาจากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี …

Read Post →

สรรพคุณหล่อฮั้งก้วย

สรรพคุณหล่อฮั้งก้วย สรรพคุณดับร้อน หวานอร่อยแบบแคลอรีน้อย ไม่ต้องกลัวอ้วน

, , No Comment

สรรพคุณหล่อฮั้งก้วย สรรพคุณดับร้อน

สรรพคุณหล่อฮั้งก้วย สมุนไพรจีนชื่อคุ้นหูกันมาช้านาน มาดูสรรพคุณของดีเพื่อสุขภาพที่จัดเต็มได้แบบไม่มีแคลอรี

ในบรรดาสมุนไพรจีน ทั้งหลายที่เราคุ้นเคยกัน หลายคนคงจะคุ้นหูกับชื่อของหล่อฮั้งก้วย หรือเจ้าผลแห้ง ๆ สีน้ำตาลที่มีขนาดใกล้เคียงกับมะนาว ที่ว่ากันว่ามีประโยชน์ดีกับสุขภาพและช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยได้หลายชนิด แต่เคยทราบกันหรือไม่ว่าเจ้าหล่อฮั้งก้วยนี้มีดีเพราะอะไร และทำไมคนจีนถึงนิยมนำสมุนไพรชนิดนี้มาใช้กันอย่างแพร่หลาย ถ้าอยากทราบคำตอบละก็ อย่ารอช้า รีบตามมาดูกันเลย
หล่อฮั้งก้วย คืออะไร

หล่อฮั้งก้วย ชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Siraitia grosvenorii และมีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Monk Fruit หรือ Luo Han Guo เป็นพืชในวงศ์ Cucurbitaceae เช่นเดียวกับ แตงโม ฟักทอง แตงกวา บวบ หรือเมลอน

หล่อฮั้งก้วย เป็นพืชที่สามารถพบได้ในแถบประเทศจีนตอนใต้ ลำต้นมีลักษณะเป็นไม้เลื้อย ขนาดของผลมีขนาดตั้งแต่เท่ากับลูกมะนาวจนขนาดเท่ากับผลส้ม ลักษณะของผลมีสีเขียวอ่อน เมื่อสุกเต็มที่จะเป็นสีเขียวเข้มแกมดำ ทั้งนี้ในการแพทย์แผนจีนยังได้นำหล่อฮั้งก้วยมาตากแห้ง หรือลนไฟให้แห้งเพื่อใช้รักษาอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ

ไม่เพียงเท่านั้น ในปัจจุบันยังนิยมนำหล่อฮั้งก้วยมาใช้เป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลเช่นเดียวกับหญ้าหวานอีกด้วย เพราะองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้รับรองไว้เมื่อปี 2009 ว่าความหวานของผลหล่อฮั้งก้วยหวานกว่าน้ำตาลถึง 150-300 เท่า ใกล้เคียงกับความหวานของหญ้าหวานที่หวานกว่าน้ำตาล 200-300 เท่า ที่ได้รับการรับรองไปก่อนหน้าเมื่อปี 2008 โดยสารให้ความหวานจากธรรมชาติทั้งคู่นี้ก็ไม่มีแคลอรีมากวนใจ อีกทั้งเมื่อเทียบกับหญ้าหวานแล้ว หล่อฮั้งก้วยจะมีกลิ่นที่หอมหวานกว่า จึงทำให้ปัจจุบันมีการนำหล่อฮั้งก้วยมาใช้ใส่แทนน้ำตาลเพื่อให้ความหวานในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน หรือผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักนั่นเอง

หล่อฮั้งก้วย สรรพคุณมากล้นไม่เป็นสองรองใคร

หล่อฮั้งก้วยถือเป็นสมุนไพรจีนอีกชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาใช้ในการรักษาอาการเจ็บป่วย จนถือเป็นหนึ่งในยาอายุวัฒนะของจีนเลยก็ว่าได้ ซึ่งสรรพคุณสำคัญที่ทำให้หล่อฮั้งก้วยเป็นที่นิยมกันมาในทุกยุคทุกสมัยมีดังนี้ค่ะ

1. ป้องกันโรคมะเร็ง

มีผลการศึกษาจาก Chiba Institute of Science ในประเทศญี่ปุ่นยืนยันว่า สารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญอย่างไกลโคไซด์ (Glycosides) และซาโปนิน (Saponins) ที่อยู่ในหล่อฮั้งก้วย สามารถเข้าไปยับยั้งและป้องกันการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งชนิดต่าง ๆ ได้

2. บรรเทาอาการแพ้

สำหรับบางคนที่มีอาการของโรคภูมิแพ้ การรับประทานหล่อฮั้งก้วยจะช่วยป้องกันไม่ให้ร่างกายหลั่งสารฮีสตามีน (Histamine) ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการแพ้ อีกทั้งยังช่วยลดสารฮีสตามีนในร่างกาย ทำให้อาการแพ้ลดลง และส่งผลดีต่อโรคหอบหืดอีกด้วย

3. บำรุงสุขภาพหัวใจ

สารประกอบที่อยู่ในหล่อฮั้งก้วย มีส่วนสำคัญในการลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดและหัวใจวาย โดยจากการศึกษาของ American Heart Association พบว่าการรับประทานหล่อฮั้งก้วยจะช่วยป้องกันการออกซิเดชั่นของคอเลสเตอรอลในหลอดเลือด อันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดคราบพลัคภายในหลอดเลือด และทำให้เลือดสามารถไหลเวียนได้เป็นปกติ

4. ป้องกันริ้วรอยแห่งวัย

สำหรับคนที่ไม่อยากจะแก่ไว และอยากดูเป็นหนุ่มเป็นสาวไปนาน ๆ การรับประทานสารสกัดจากหล่อฮั้งก้วยสามารถช่วยได้มากเลยทีเดียว เพราะอย่างที่ทราบกันไปข้างต้นแล้วว่าหล่อฮั้งก้วยอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งจะเข้าไปยับยั้งและป้องกันไม่ให้เซลล์ถูกทำลาย ซึ่งเป็นสาเหตุของริ้วรอยแห่งวัย และภาวะเสื่อมสภาพตามวัยของร่างกาย

5. ดับพิษร้อน รักษาอาการอักเสบ

ในการแพทย์แผนจีน หล่อฮั้งก้วยถือเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็น ซึ่งช่วยดับพิษร้อนภายในร่างกาย รวมทั้งรักษาอาการอักเสบต่าง ๆ จึงทำให้มีการนำมาใช้เพื่อรักษาอาการไข้ อาการข้ออักเสบ หรือแม้แต่ช่วยบรรเทาอาการจากโรคลมแดดหรือฮีทสโตรก วิธีรับประทานก็ไม่ยาก เพียงนำผลมาคั้นน้ำแล้วดื่ม ก็จะช่วยให้ความร้อนในร่างกายทุเลาลง

6. ช่วยลดน้ำหนัก

ปริมาณความหวานจากหล่อฮั้งก้วยที่หวานกว่าน้ำตาลถึง 150-300 เท่า ทำให้ในปัจจุบันสารให้ความหวานแทนน้ำตาลที่สกัดจากหล่อฮั้งก้วยได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ต้องการลดน้ำหนัก เพราะรสชาติหวานจากหล่อฮั้งก้วยนั้นไม่มีแคลอรีมากวนใจ แถมยังไม่มีรสชาติขมเหมือนกับหญ้าหวานอีกด้วย

7. รักษาโรคเบาหวาน

นอกจากหญ้าหวานแล้ว หล่อฮั้งก้วยก็ถือเป็นสมุนไพรที่ช่วยรักษาและป้องกันโรคเบาหวานได้ เพราะความหวานของหล่อฮั้งก้วย เป็นความหวานที่มาจากธรรมชาติ ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นจากน้ำตาลหรือกลูโคส โดยการศึกษาจาก American Heart Association ได้เปิดเผยว่า การรับประทานสารสกัดจากหล่อฮั้งก้วย จะช่วยลดโอกาสเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ อีกทั้งยังช่วยให้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ เรียกได้ว่าเป็นของดีที่ผู้ป่วยเบาหวานไม่ควรพลาด

8. เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย

นอกจากอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระแล้ว หล่อฮั้งก้วยยังมีวิตามินซีในปริมาณที่ไม่ขี้ริ้วขี้เหร่ ซึ่งเจ้าวิตามินชนิดนี้จะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ส่งผลให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับเชื้อโรคและเชื้อไวรัสต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วย นอกจากนี้โมโกรไซด์ (Mogrosides) ที่อยู่ในหล่อฮั้งก้วย ยังช่วยป้องกันการเกิดโรคติดเชื้อไวรัสเอ็บสไตบาร์ หรือโรคติดเชื้ออีบีวี (Epstein-Barr virus infection หรือ EBV) ได้อีกด้วย    บาคาร่า

Read Post →

สรรพคุณโรสแมรี่

สรรพคุณโรสแมรี่ สมุนไพรดับกลิ่นเต่า กำจัดกลิ่นเหม็นเฉ่า ๆ ให้อยู่หมัด !

, , No Comment

สรรพคุณโรสแมรี่ สมุนไพรดับกลิ่นเต่า

สรรพคุณโรสแมรี่ แม้จะเป็นเครื่องเทศของต่างประเทศ แต่เราสามารถหาใบโรสแมรี่แห้งได้ในบ้านเราค่ะ

และโรสแมรี่ก็มีสรรพคุณในการกำจัดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราได้เ­­­ป็นอย่างดี

โดยจากการศึกษาของมหาวิทยาลัย Maryland Medical Center ก็บอกว่า กลิ่นเต่าเกิดขึ้นจากเชื้อแบคทีเรียที่หมักหมมอยู่ใต้วงแขนของเ­­­รา

ฉะนั้นพอเจอโรสแมรี่ที่มีคุณสมบัติในการต้านเชื้อราและแบคทีเรี­­­ย กลิ่นเต่าเลยไม่กล้าแหยมเลยล่ะทีนี้

ส่วนวิธีดับกลิ่นเต่าด้วยโรสแมรี่ก็ไม่ยาก เพียงผสมใบโรสแมรี่แห้งประมาณ 1/2 ถ้วยตวง คั้นในน้ำประมาณ 4 ถ้วยตวง แล้วนำไปผสมน้ำอาบเป็นประจำทุกวัน

บาคาร่า

Read Post →