Monthly Archives For พฤศจิกายน 2018

กระถิน

กระถิน พืชสมุนไพรพื้นบ้าน สรรพคุณและประโยชน์ของกระถิน

, , No Comment

กระถิน พืชสมุนไพรในเขตร้อน มีถิ่นกำเนิดในประเทศแถบทวีปอเมริกา และหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ขยายพันธุ์ได้ง่าย

กระถิน สรรพคุณของกระถิน

สำหรับต้นกระถินสามารถใช้ประโยชน์ได้ในทุกส่วน ตั้งแต่ ลำต้น เปลือก ใบ ดอก เมล็ด โดยรายละเอียด ดังนี้

รากของกระถิน มีสรรพคุณเป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยขับระดู
เมล็ดแก่ของกระถิน มีสรรพคุณเป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยให้นอนหลับ ช่วยขับลม ช่วยขับระดูขาวของสตรี ช่วยบำรุงไต
เมล็ดของกระถิน มีสรรพคุณ บำรุงกระดูก เป็นยาถ่ายพยาธิตัวกลม ช่วยลดการเกิดนิ่วในกระเพาะอาหาร
ฝักอ่อนของกระถิน มีสรรพคุณ บำรุงกระดูก บำรุงหัวใจ ช่วยเจริญอาหาร แก้กระหายน้ำ ช่วยแก้อาการท้องร่วง ช่วยลดการเกิดนิ่วในกระเพาะอาหาร
ยอดอ่อนของกระถิน มีสรรพคุณ บำรุงกระดูก ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด บำรุงสายตา บำรุงหัวใจ ช่วยเจริญอาหาร แก้กระหายน้ำ ช่วยลดการเกิดนิ่วในกระเพาะอาหาร
ดอกของกระถิน มีสรรพคุณช่วยแก้เกล็ดกระดี่ขึ้นตา ช่วยบำรุงตับ
เปลือกของกระถิน มีสรรพคุณช่วยห้ามเลือด

กระถิน

คุณค่าทางโภชนาการของกระถิน

นักโภชนาการได้ศึกษาคุณค่าทางอาหารของยอดกระถินอ่อน ขนาด 100 กรัม พบว่าให้พลังงานสูงถึง 62 กิโลแคลอรี มีสารอาหารสำคัญ ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 5 กรัม โปรตีน 8.4 กรัม ไขมัน 0.9 กรัม กากอาหาร 3.8 กรัม น้ำ 80.7 กรัม วิตามินเอ 7,883 หน่วยสากล วิตามินบี 1 0.33 มิลลิกรัม วิตามินบี 2 0.09 มิลลิกรัม วิตามินบี 3 1.7 มิลลิกรัม วิตามินซี 8 มิลลิกรัม ธาตุแคลเซียม 137 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 9.2 มิลลิกรัม และ ธาตุฟอสฟอรัส 11 มิลลิกรัม

ขอบคุณแหล่งที่มา https://beezab.com/

Read Post →

ชุมเห็ดเทศ

ชุมเห็ดเทศ สมุนไพร ประโยชน์และสรรพคุณของต้นชุมเห็ดเทศ

, , No Comment

ชุมเห็ดเทศ ชื่อวิทยาศาสตร์ของชุมเห็ดเทศ คือ Senna alata (L.) Roxb. พืชตระกูลถั่ว

ชุมเห็ดเทศ  ลักษณะของต้นชุมเห็ดเทศเป็นอย่างไร ประโยชน์และสรรพคุณของชุมเห็ดเทศ และ โทษของชุมเห็ดเทศ

ประโยชน์ของชุมเห็ดเทศ

การใช้ประโยชน์ของชุมเห็ดเทศ นั้นสามารถนำมาทำเป็นอาหารเพื่อบริโภค เป็นผักสด ซึ่งนิยมรับประทาน ดอกชุมเป็ดเทศ และ ยอดอ่อน นำมาลวก ทานเป็นผักสดๆ นอกจากนั้น นิยมปลูกชุมเป็ดเทศรอบบ้าน เป็นไม้ประดับ และ ไล่มด เนื่องจากใช้ไล่มด มดไม่ชอบกลิ่นของชุมเห็ดเทศ นอกจากนั้น มีการนำเอาชุมเห็ดเทศมาสกัดเป็นอาหารเสริม และ ยารักษาโรค เช่น ชาชง ยาแคปซูล ยาระบายอัดเม็ด หรือในรูปแบบยาทาแก้กลากเกลื้อน

ชุมเห็ดเทศ

สรรพคุณของชุมเห็ดเทศ

สำหรับการใช้ประโยชน์จากชุมเห็ดเทศ ด้านการรักษาโรคและบำรุงร่างกาย นั้น สามารถใช้ ตั้งแต่ ราก ใบ เมล็ด ดอก และ ผล รวมถึงทั้งตนของชุมเห็ดเทศ โดยรายละเอียด ดังนี้

ทั้งต้นของชุมเห็ดเทศ สรรพคุณบำรุงหัวใจ แก้ดีซ่าน ช่วยแก้กษัยเส้น ช่วยขับเสมหะ ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยรักษาริดสีดวงทวาร
รากชุมเห็ดเทศ สรรพคุณบำรุงธาตุ ช่วยเจริญอาหาร แก้ตาเหลือง ช่วยแก้กษัยเส้น ช่วยขับพยาธิ ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยรักษาริดสีดวงทวาร
ใบชุมเห็ดเทศ สรรพคุณบำรุงหัวใจ ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยลดความมดัน ช่วยลดน้ำตาลในเลือด แก้เส้นอักเสบ ช่วยแก้กษัยเส้น ช่วยขับเสมหะ เป็นยาบ้วนปาก ยาระบาย แก้ท้องผูก รักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยรักษาริดสีดวงทวาร รักษาโรคผิวหนัง รักษาแผล ช่วยรักษาฝี รักษาแผลพุพอง
ดอกชุมเห็ดเทศ สรรพคุณเป็นยาระบาย แก้ท้องผูก ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยรักษาริดสีดวงทวาร
เมล็ดของชุมเห็ดเทศ สรรพคุณช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ แก้พิษตานซาง แก้ท้องอืด ขับพยาธิในลำไส้ ช่วยรักษาริดสีดวงทวาร
ผลของชุมเห็ดเทศ สรรพคุณช่วยถ่ายพยาธิ ช่วยรักษาริดสีดวงทวาร
เปลือกต้นชุมเห็ดเทศ สรรพคุณช่วยรักษาริดสีดวงทวาร ช่วยขับน้ำเหลืองเสีย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://beezab.com/

Read Post →

ชุมเห็ดเทศ

ชุมเห็ดเทศ สมุนไพร ประโยชน์และสรรพคุณของต้นชุมเห็ดเทศ

, , No Comment

ชุมเห็ดเทศ ชื่อวิทยาศาสตร์ของชุมเห็ดเทศ คือ Senna alata (L.) Roxb. พืชตระกูลถั่ว ลักษณะของต้นชุมเห็ดเทศเป็นอย่างไร ประโยชน์และสรรพคุณของชุมเห็ดเทศ และ โทษของชุมเห็ดเทศ

ชุมเห็ดเทศ ลักษณะของต้นชุมเห็ดเทศต้นชุมเห็ดเทศ เป็นพืชขนาดกลาง เป็นไม้พุ่ม สามารถเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ราบสูง ประเทศเขตร้อน ในประเทศไทยพบได้ตามภูเขาสูง สามารถขยายพันธ์ได้โดยการเพาะเมล็ด ลักษณะของต้นชุมเห็ดเทศ มีดังนี้

ลำต้นของชุมเห็ดเทศ มีความสูงประมาณ 3 เมตร ลำต้นแตกกิ่งก้านสาขามากมาย ลำต้นมีขน เปลือกของลำต้นเรียบ สีน้ำตาล
ใบของชุมเห็ดเทศ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับกันตามกิ่งก้าน ลักษณะของใบเป็นรูปรี ปลายใบโค้งมน มีหยัก โคนใบ ขอบใบเรียบ มีสีแดง เนื้อใบค่อนข้างหนา หยาบและเหนียว
ดอกของชุมเห็ดเทศ ดอกจะออกเป็นช่อ มีขนาดใหญ่ ตั้งตรง ออกตามซอกใบ และ ปลายกิ่ง ดอกมีสีเหลืองทอง รูปไข่ ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร
ผลของชุมเห็ดเทศ ออกผลเป็นฝัก ลักษณะ ยาว แบน ไม่มีขน ยาวประมาณ 10 เซนติเมตร ฝักแก่จะเป็นสีดำ ภายในฝักมีเมล็ดรูปสามเหลี่ยมสีดำ ผิวขรุขระ
ประโยชน์ของชุมเห็ดเทศ

การใช้ประโยชน์ของชุมเห็ดเทศ นั้นสามารถนำมาทำเป็นอาหารเพื่อบริโภค เป็นผักสด ซึ่งนิยมรับประทาน ดอกชุมเป็ดเทศ และ ยอดอ่อน นำมาลวก ทานเป็นผักสดๆ นอกจากนั้น นิยมปลูกชุมเป็ดเทศรอบบ้าน เป็นไม้ประดับ และ ไล่มด เนื่องจากใช้ไล่มด มดไม่ชอบกลิ่นของชุมเห็ดเทศ นอกจากนั้น มีการนำเอาชุมเห็ดเทศมาสกัดเป็นอาหารเสริม และ ยารักษาโรค เช่น ชาชง ยาแคปซูล ยาระบายอัดเม็ด หรือในรูปแบบยาทาแก้กลากเกลื้อนสรรพคุณของชุมเห็ดเทศ

ชุมเห็ดเทศ

สำหรับการใช้ประโยชน์จากชุมเห็ดเทศ ด้านการรักษาโรคและบำรุงร่างกาย นั้น สามารถใช้ ตั้งแต่ ราก ใบ เมล็ด ดอก และ ผล รวมถึงทั้งตนของชุมเห็ดเทศ โดยรายละเอียด ดังนี้

ทั้งต้นของชุมเห็ดเทศ สรรพคุณบำรุงหัวใจ แก้ดีซ่าน ช่วยแก้กษัยเส้น ช่วยขับเสมหะ ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยรักษาริดสีดวงทวาร
รากชุมเห็ดเทศ สรรพคุณบำรุงธาตุ ช่วยเจริญอาหาร แก้ตาเหลือง ช่วยแก้กษัยเส้น ช่วยขับพยาธิ ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยรักษาริดสีดวงทวาร
ใบชุมเห็ดเทศ สรรพคุณบำรุงหัวใจ ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยลดความมดัน ช่วยลดน้ำตาลในเลือด แก้เส้นอักเสบ ช่วยแก้กษัยเส้น ช่วยขับเสมหะ เป็นยาบ้วนปาก ยาระบาย แก้ท้องผูก รักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยรักษาริดสีดวงทวาร รักษาโรคผิวหนัง รักษาแผล ช่วยรักษาฝี รักษาแผลพุพอง
ดอกชุมเห็ดเทศ สรรพคุณเป็นยาระบาย แก้ท้องผูก ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยรักษาริดสีดวงทวาร
เมล็ดของชุมเห็ดเทศ สรรพคุณช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ แก้พิษตานซาง แก้ท้องอืด ขับพยาธิในลำไส้ ช่วยรักษาริดสีดวงทวาร
ผลของชุมเห็ดเทศ สรรพคุณช่วยถ่ายพยาธิ ช่วยรักษาริดสีดวงทวาร
เปลือกต้นชุมเห็ดเทศ สรรพคุณช่วยรักษาริดสีดวงทวาร ช่วยขับน้ำเหลืองเสีย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://beezab.com/

Read Post →

สะเดาดิน

สะเดาดิน ขวง สมุนไพร ประโยชน์และสรรพคุณของสะเดาดิน

, , No Comment

สะเดาดิน สมุนไพรไทย นำมาทำอาหาร ลวกกินกับน้ำพริก

สะเดาดิน คุณค่าทางโภชนาการของสะเดาดิน

นักโภชนาการได้ศึกษาสะเดาดิน ขนาด 100 กรัม ให้คุณค่าทางอาหาร 34 กิโลแคลลอรี่ คาร์โปไฮเดรต 4.4 กรัม ใยอาหาร 1.1 กรัม ไขมัน 0.4 กรัม โปรตีน 3.2 กรัม แคลเซียม 94 มิลลิกรัม, ธาตุเหล็ก 1.8 มิลลิกรัม, ฟอสฟอรัส 4 มิลลิกรัม, วิตามินบี1 0.03 มิลลิกรัม, วิตามินบี2 0.45 มิลลิกรัม, วิตามินบี3 2.7 มิลลิกรัม, วิตามินซี 19 มิลลิกรัม

สรรพคุณของสะเดาดิน

การนำสะเดาดินมาใช้ประโยชน์ สามารถนำทั้งต้นมาใช้ประโยชน์ รายละเอียด ดังนี้ คือ นำมาทำเป็นยาบำรุงธาตุ แก้อาการปวดศีรษะ แก้หวัดคัดจมูก แก้ไข้ เป็นยาแก้หวัด แก้ไอ แก้ร้อนในกระหายน้ำ เป็นยาหยอดหูแก้อาการปวดหู เป็นยาระบาย ช่วยบำรุงน้ำดี แก้คัน เป็นยาทาแก้โรคผิวหนัง เป็นยาฆ่าเชื้อ

สะเดาดิน

ในประเทศอินเดียจะใช้ผักขวงเป็นยาบำรุงธาตุ โดยใช้ทั้งต้น
ต้นสดนำมาตำผสมกับขิงใช้เป็นยาสุมกระหม่อมเด็ก จะช่วยแก้อาการปวดศีรษะ แก้หวัดคัดจมูก โดยใช้ทั้งต้น
ผักขวงทั้งต้นมีรสขมเย็น ใช้ปรุงเป็นยาแก้ไข้ แก้ไข้ทั้งปวง โดยใช้ทั้งต้น
ทั้งต้นใช้เป็นยาแก้หวัด แก้ไอ โดยใช้ทั้งต้น
ใช้เป็นยาแก้ร้อนในกระหายน้ำ ระงับความร้อน โดยใช้ทั้งต้น
ทั้งต้นใช้ผสมกับน้ำมันละหุ่ง แล้วนำไปอุ่นใช้เป็นยาหยอดหูแก้อาการปวดหู โดยใช้ทั้งต้น
ในประเทศอินเดียจะใช้ผักขวงทั้งต้นปรุงเป็นยาระบาย โดยใช้ทั้งต้น
ผักขวงมีสรรพคุณช่วยบำรุงน้ำดี โดยใช้ทั้งต้น
ทั้งต้นใช้เป็นยาแก้คัน เป็นยาทาแก้โรคผิวหนัง หรือเป็นยาฆ่าเชื้อ โดยใช้ทั้งต้น
ใช้เป็นยาทาแก้อาการฟกช้ำบวมอักเสบ โดยใช้ทั้งต้น

ขอบคุณแหล่งที่มา https://beezab.com/

Read Post →

อบเชย

อบเชย สมุนไพรรักษาเบาหวาน บำรุงสุขภาพก็ได้ ลดน้ำตาลก็ดีไม่เบา

, , No Comment

อบเชย เป็นเครื่องเทศที่เชื่อว่าอาจมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น ช่วยสมานแผล ป้องกันอาการท้องร่วง มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ หรือลดระดับน้ำตาลในเลือด

อบเชย   หรือชินนามอน (Cinnamon) เป็นสมุนไพรอีกชนิดที่มีสารสำคัญในการช่วยเพิ่มการหลั่งของฮอร์โมนอินซูลิน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง อีกทั้งยังช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือดในกลุ่มผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ลดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เกี่ยวกับโรคเบาหวานและโรคที่เกี่ยวกับระบบหลอดเลือดหัวใจอีกด้วย โดยแค่เพียงโรยผงอบเชยลงในอาหารที่รับประทานก็ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้แล้วล่ะค่ะ

สารต้านอนุมูลอิสระมีหน้าที่ต่อสู้กับสารอนุมูลอิสระที่อาจสร้างความเสียหายให้แก่เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่าสารอนุมูลอิสระอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็งและโรคมะเร็งได้ แหล่งอาหารที่สำคัญของสารต้านอนุมูลอิสระ คือ ผักและผลไม้ และในอบเชยก็มีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ มีการศึกษาค้นคว้าที่แสดงให้เห็นว่า อบเชยมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระสูง เมื่อเปรียบเทียบกับกานพลู ออริกาโน และพืชสมุนไพรอื่น ๆ นอกจากนี้ สารสกัดจากอบเชยยังนำมาใช้เป็นวัตถุกันเสีย หรือใช้ถนอมอาหารที่ผลิตจากธรรมชาติได้ด้วยเช่นกัน

อบเชย

การอักเสบเป็นกระบวนการที่เซลล์เม็ดเลือดขาวปกป้องร่างกายจากสิ่งแปลกปลอม เช่น การติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย มีความเชื่อว่าการรับประทานอบเชยอาจช่วยต้านการอักเสบได้ จึงมีการศึกษาเกี่ยวกับพืชสมุนไพรที่แสดงให้เห็นว่าสารประกอบฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ในอบเชย เช่น กอสไซปิน (Gossypin) เฮสเพอริดิน (Hesperidin) เควอซิทิน (Quercetin) มีคุณสมบัติต้านการอักเสบได้ นอกจากนี้ ยังมีงานค้นคว้าที่ทดลองในเซลล์มนุษย์ เพื่อพิสูจน์คุณสมบัติต้านการอักเสบ จากการทดลองพบว่า สารไฮดรอกซีซินนามาลดีไฮด์ (Hydroxycinnamaldehyde) ที่สกัดจากอบเชย อาจใช้มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ มีประสิทธิภาพในการรักษาหรือป้องกันการอักเสบจากโรคทางระบบประสาท และอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดเนื้องอกมะเร็งได้อีกด้วย

แม้การศึกษาข้างต้นจะแสดงถึงคุณสมบัติลดการอักเสบของอบเชย แต่ก็เป็นเพียงผลการทดลองจากตัวอย่างเซลล์ในห้องปฏิบัติการ และยังไม่มีการศึกษาทดลองในมนุษย์ จึงยังไม่มีหลักฐานเพียงพอจะสรุปประสิทธิภาพในด้านดังกล่าวได้อย่างชัดเจน ควรศึกษาทดลองเพิ่มเติมต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.pobpad.com/

Read Post →

เมล็ดแฟลกซ์ ธัญพืชตัวนิด ลดคอเลสเตอรอลก็ดี ต้านมะเร็งก็เริด

, , No Comment

เมล็ดแฟลกซ์ ผลผลิตจากต้นลินิน ของดีสรรพคุณล้ำค่า ทั้งป้องกันโรคหัวใจ ช่วยลดคอเลสเตอรอลตัวร้าย และควบคุมน้ำหนักได้ดีเยี่ยม

เมล็ดแฟลกซ์ ในขณะที่กระแสการรักสุขภาพยังคงแรงอย่างต่อเนื่อง เราก็อาจจะได้ยินชื่อของธัญพืชที่เราไม่ค่อยจะคุ้นเคยเสียเท่าไรหนาหูขึ้นเนื่องด้วยสรรพคุณและคุณค่าทางโภชนาการที่สูงลิบทำให้ธัญพืชเหล่านั้นกลายเป็นที่นิยมกันมากขึ้น อย่างที่เห็นได้ชัดก็น่าจะเป็นเมล็ดเจียนี่ล่ะค่ะ แต่ยังมีธัญพืชอีกชนิดที่สรรพคุณโดดเด่นไม่แพ้กับธัญพืชชนิดอื่น ๆ

เมล็ดแฟลกซ์

นั่นก็คือ เมล็ดแฟลกซ์ อีกหนึ่งเมล็ดพืชที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ซึ่งคนรักสุขภาพไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างยิ่งเลยล่ะ แต่ว่าเจ้าเมล็ดแฟลกซ์ สรรพคุณจะเป็นอย่างไร ดีกับร่างกายของเรามากขนาดไหน ใครบ้างที่รับประทานได้ และมีผลข้างเคียงหรือไม่ เราไปหาคำตอบพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

เมล็ดแฟลกซ์เป็นธัญพืชที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 เช่นกัน จึงมีสรรพคุณช่วยลดและต้านอาการอักเสบที่เกิดกับเซลล์ผิวหนังได้ โดยควรรับประทานเมล็ดแฟลกซ์เป็นประจำวันละ 2-3 ช้อนชา

ขอบคุณแหล่งที่มา https://health.kapook.com/

Read Post →