สมุนไพรกระแตไต่หิน

, , Leave a comment

สมุนไพรกระแตไต่หิน

สมุนไพรกระแตไต่หิน

สมุนไพรกระแตไต่หิน มีชื่อเรียกอื่นว่า กระจ้อน, กระแตไต่ไม้, กระแตพุ่มไม้, กระปรอกเล็ก, ฮอกกาบลม
กระแตไต่หิน ชื่อวิทยาศาสตร์ Drynaria bonii Christ. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Drynaria meeboldii Rosenst.) จัดอยู่ในวงศ์ POLYPODIACEAE

ลักษณะของกระแตไต่หิน
ต้นกระแตไต่หิน จัดเป็นพรรณไม้จำพวกเฟิร์นเลื้อยเกาะแน่นตามก้อนหิน โขดหิน หรือกิ่งไม้ เหง้ามีลักษณะแบน มีขนาดกว้างประมาณ 2-5 เซนติเมตร และหนาประมาณ 5 มิลลิเมตร มีเกล็ดสีน้ำตาลอมเหลืองขึ้นปกคลุมและมีขนสีน้ำตาลอยู่หนาแน่นมีเขตการกระจายพันธุ์ในมาเลเซีย อินโดนีเซีย ออสเตรเลียเขตร้อน และพอลินีเซีย ในประเทศไทยพบขึ้นทั่วไปทางภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งภาคตะวันตก โดยมักขึ้นบนหินหรือคาคบในป่าดิบแล้งและในป่าเบญจพรรณ ที่ความสูงระดับน้ำทะเลต่ำกว่า 1,000 เมตร

ใบกระแตไต่หิน ใบมี 2 ชนิด รูปร่างต่างกัน คือ ใบไม่สร้างสปอร์ หรือใบรังนก หรือใบประกบต้น หรือใบเกล็ด (nest-leaves) ซึ่งมีจำนวนมาก ออกเรียงสลับซ้อนกันปิดเหง้าไว้เกือบมิด ลักษณะเป็นรูปวงรีหรือรูปไข่ ปลายใบมนหรือแหลม โคนใบเว้าเป็นรูปหัวใจ ส่วนขอบใบหยักเป็นคลื่นเล็กน้อย ใบมีขนาดกว้างประมาณ 4.5-7 เซนติเมตร และยาวประมาณ 5-10 เซนติเมตร เส้นกลางใบและเส้นใบเห็นได้ชัดเจน ใบอ่อนเป็นสีเขียว ส่วนใบแก่เป็นสีน้ำตาล และอีกชนิดคือ ใบที่สร้างสปอร์ หรือใบแท้ (foliage-leaves) ซึ่งจะเป็นใบเดี่ยว ชี้ขึ้นข้างบนและอยู่สูงกว่าใบประกบต้น ใบด้านล่างส่วนที่ต่อกับก้านใบจะแผ่ออกเป็นปีก ขอบใบจะเว้าลึกเข้าหาเส้นกลางใบเป็นแฉกหรือพูลึก ลักษณะของแฉกเรียงแบบขนนก ปลายพูแหลม ส่วนขอบพูหยักเป็นคลื่นเล็กน้อย ใบชนิดนี้จะมีขนาดกว้างประมาณ 20-40 เซนติเมตร และยาวประมาณ 30-50 เซนติเมตร แต่ละแฉกเป็นรูปใบหอกกลับหรือรูปขอบขนานแกมใบหอก มีขนาดกว้างได้ถึง 3.5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 10-22 เซนติเมตร

สปอร์กระแตไต่หิน กลุ่มสปอร์จะอยู่ในอับสปอร์มีลักษณะรูปร่างค่อนข้างกลม เรียงกระจายไม่เป็นระเบียบอยู่ระหว่างเส้นใบทางด้านหลังใบ แอนนูลัส ประกอบไปด้วยเซลล์เพียงแถวเดียว เรียงตัวในแนวตั้ง ไม่มีเยื่อคลุมกลุ่มอับสปอร์  i99bet
สปอร์กระแตไต่หิน

สรรพคุณของกระแตไต่หิน
ยาพื้นบ้านล้านนาจะใช้เหง้านำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยารักษามะเร็งในปอด ปอดพิการ (เหง้า)
เหง้าใช้ผสมกับหัวยาข้าวเย็น นำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้หอบหืด (เหง้า)
ยาพื้นบ้านจะใช้ขนจากเหง้านำมาบดให้ละเอียดใช้สูบแก้หืด (ขนจากเหง้า)
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลอื่นที่ระบุด้วยว่า รากสามารถนำมาใช้ฝนกับน้ำมะนาวกินและทาแก้เนื้อตายจากพิษงูเขียวหางไหม้ได้ และยังระบุด้วยว่า ในตำราสมุนไพรจีนนั้น เฟิร์นสกุลนี้จัดว่าเป็นตัวยาที่มีความสำคัญอย่างหนึ่ง ที่ใช้สำหรับบำบัดอาการป่วยเนื่องจากกระดูกแตกและเส้นเอ็นฉีกขาด (ใช้เป็นตัวยาเดี่ยวหรือใช้ร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่น) และยังครอบคลุมไปถึงอาการเคล็ดขัดยอก ฟกช้ำดำเขียว และเฟิร์นสกุลนี้เมื่อนำไปผสมกับ Dipsacus และอื่น ๆ จะช่วยบำบัดอาการป่วยได้ดี อีกทั้งยังใช้สำหรับบำบัดอาการปวดเข่าและปวดหลัง แก้ปวดฟัน และเลือดออกตามไรฟัน นอกจากนี้เหง้าของ Drynaria ยังมีรสขม ซึ่งมีสรรพคุณช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ช่วยขยายหลอดเลือด แก้อาการมืดเท้าเย็น ลดอาการเจ็บปวดเนื่องจากกล้ามเนื้อฉีกขาด แก้ไขข้ออักเสบ ปวดข้อ ปวดหลัง และกระดูกแตก ข้อมูลจาก : thailand-an-field.blogspot.com (ข้อมูลนี้ไม่มีแหล่งอ้างอิง)

ขอบคุณแหล่งที่มา https://medthai.com

 

Leave a Reply