13 สรรพคุณ กับ 5 ประโยชน์ ของผักติ้วหรือติ้วขาว

, , Leave a comment

มีชื่อวิทยาศาสตร์ Cratoxylum formosum (Jacq.) Benth. & Hook.f. ex Dyer (Cratoxylum formosum subsp. formosum) ปัจจุบันนี้จัดอยู่ใน วงศ์ติ้ว ติ้วขาว มีชื่อท้องถิ่นอื่นๆว่า

  • แต้วหิน (จังหวัดลำปาง)
  • ผักเตา เตา (จังหวัดเลย)
  • ติ้วส้ม (จังหวัดนครราชสีมา)
  • กวยโชง (จังหวัดกาญจนบุรี)
  • ตาว (จังหวัดสตูล)
  • ติ้วแดง ติ้วยาง ติ้วเลือด ติ้วเหลือง (ภาคเหนือ)
  • ติ้วเหลือง (ภาคกลาง)
  • แต้ว (ภาคใต้)
  • ผักติ้ว ฯลฯ

Cratoxylum formosum (Jacq.) Benth. & Hook.f. ex Dyer (Cratoxylum formosum subsp. formosum)  วงศ์ติ้ว

  • ต้นติ้วขาว (ผักติ้ว) ชนิดที่เอ๋ยถึงในบทความนี้ (สามารถรับประทานได้) เป็นพรรณไม้คนละชนิดกันกับต้นติ้วขน หรือ ติ้วหนาม (ไม่สามารถที่จะกินเป็นผักได้) ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cratoxylum formosum subsp. pruniflorum (Kurz) Gogelein อ่านเพิ่มเติมอีกได้ที่บทความ ติ้วขน
  • ลักษณะต้นติ้วขาว จัดเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลาง มีความสูงของต้นเฉลี่ยราว 3-12 เมตร และก็บางทีอาจสูงได้ถึง 35 เมตร เรือนยอดเป็นทรงพุ่มไม้กลม โคนต้นมีหนาม กิ่งก้านเรียว ส่วนกิ่งอ่อนมีขนนุ่มอยู่ทั่วๆไป เปลือกลำต้นเป็นสีน้ำตาลปนแดง แตกล่อนเป็นสะเก็ด ส่วนเปลือกข้างในเป็นสีน้ำตาลปนเหลือง ลำต้นมีน้ำยางสีเหลืองคละเคล้าแดงซึมออกมาเมื่อถูกตัดหรือเกิดแผล ขยายพันธุ์วิธีการใช้เมล็ด ฯลฯไม้ที่ทนแล้งได้ดี เจอได้ทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และก็ทางภาคใต้ตอนเหนือ โดยจะขึ้นตามป่าดงดิบแล้ง ป่าโปร่ง ป่าเต็งรัง ป่าตามเชิงเขา รวมทั้งตามป่าเบญจพรรณ
  • ใบติ้วขาว ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงข้ามกัน ลักษณะของใบเป็นรูปวงรีปนรูปไข่กลับ หรือเป็นรูปขอบขนาน ปลายใบมนหรือแหลม โคนใบสอบเรียบ ส่วนขอบของใบโค้งเรียบ ใบมีขนาดกว้างราวๆ 2.5-4.5 ซม. และก็ยาวราวๆ 3-13 ซม. ผิวใบทั้งคู่ด้านมีขนละเอียด ใบเมื่ออ่อนจะเป็นสีชมพูอ่อนถึงสีแดง เรียบรวมทั้งเป็นมันวาว โดยในฤดูหนาวจะมองเห็นเรือนพุ่มไม้ทั้งหมดทั้งปวงเป็นสีชมพูอ่อน ใบแก่เป็นสีเขียวสด เรียบ เกลี้ยง หลังใบบนเป็นมัน ส่วนท้องใบมีต่อมกระจายอยู่ทั่วๆไป ใบแก่เป็นสีแดงหรือสีแสด มีเส้นข้างใบราวๆ 7-10 คู่ โดยจะโค้งจรดกันใกล้ขอบของใบ แล้วก็มีก้านใบยาวราวๆ 0.6-1.6 ซม.
  • ดอกติ้วขาว มีดอกเป็นช่อแบบกระจุกตามกิ่งเหนือรอยแผลของใบ กลีบดอกเป็นสีขาวอมสีชมพูอ่อนถึงสีแดง กลีบดอกมีกลิ่นหอมสดชื่นอ่อนๆออกตามซากใบ หลุดร่วงได้ง่าย ดอกมีอยู่ 5 กลีบ เมื่อดอกบานจะขยายออกราวๆ 1.2 ซม. ก้านดอกเรียวเล็กและก็มีกาบเล็กๆที่ฐานกลีบภายใน ดอกมีเกสรตัวผู้สีเหลือง สั้นๆอยู่เป็นจำนวนมาก ก้านเกสรเชื่อมติดกันเป็นกลุ่ม 3 กลุ่ม ส่วนเกสรตัวเมีย ก้านเกสรเป็นสีเขียวอ่อนมี 3 อัน รวมทั้งมีรังไข่อยู่เหนือวงกลีบ ดอกมีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ สีเขียวอ่อนปนสีแดง โดยจะออกดอกในตอนม.ค.-พ.ค.
  • ผลติ้วขาว ผลเป็นแบบแห้งและก็แตกได้ ลักษณะของผลเป็นรูปไข่ปนรูปกระสวย ผิวผลมีนวลสีขาว ผลเมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาลหรือสีน้ำตาลดำ ลักษณะของผลเป็นแบบแคปซูล ปลายแหลม ผิวเรียบรวมทั้งแข็ง มีขนาดกว้างราวๆ 0.4-0.6 ซม. และก็ยาวราวๆ 1.3-1.8 ซม. และก็จะแตกออกเป็น 3 แฉกเมื่อแก่ ภายในผลมีเมล็ดสีน้ำตาล ส่วนที่ฐานดอกมีกลีบเลี้ยงยังคงอยู่

สรรพคุณ

  • ช่วยบำรุงโลหิต ฟอกโลหิต (ยอด, ใบอ่อน, ดอก, เถา)
  • เปลือกต้นนำมาต้มกับน้ำกินแก้ธาตุพิการ (เปลือกต้น)
  • ช่วยแก้ประดง (ยอด, ใบอ่อน, ดอก, เถา)
  • ผักติ้วเป็นผักที่มีวิตามินเอสูง จึงมีสรรพคุณช่วยป้องกันไม่ให้เด็กเป็นตาบอดกลางคืน และโรคตาไก่
  • ช่วยขับลม (ยอด, ใบอ่อน, ดอก, เถา)
  • รากและใบ ใช้ต้มกับน้ำกินเป็นยาแก้อาการปวดท้อง (รากและใบ)
  • ใช้รากผสมกับรากปลาไหลและหัวแห้วหมู นำมาต้มกับน้ำดื่มวันละ 3 ครั้งเป็นยาขับปัสสาวะ แก้อาการปัสสาวะขัด (ราก)
  • แก่นและลำต้น ใช่แช่กับน้ำดื่ม ช่วยแก้ปะดงเลือด หรืออาการเลือดไหลไม่หยุด (แก่นและลำต้น)
  • ต้นและยางจากเปลือกต้น ใช้ทาแก้อาการคัน (ยาง)
  • เปลือกและใบ นำมาตำผสมกับน้ำมันมะพร้าว ใช้ทารักษาโรคผิวหนังบางชนิด (เปลือกและใบ)
  • น้ำยางจากต้น ใช้ทารักษารอยแตกของส้นเท้าได้ (ยาง)
  • ช่วยแก้อาการปวดตามข้อ แก้ไขข้อพิการ (ยอด, ใบอ่อน, ดอก, เถา)

มีงานวิจัยเรื่องการทดลองสารที่พบจากใบผิวติ้วขน โดยพบว่ามีฤทธิ์ในการต้านมะเร็งตับได้ และยังไม่ทำลายเซลล์ปกติอีกด้วย แต่งานวิจัยดังกล่าวยังไม่เสร็จสิ้นพอที่จะเอาไปใช้ต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้ จึงสรุปได้แต่เพียงว่า การรับประทานผักติ้วเป็นประจำจะช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งตับได้ (ใบ)

ประโยชน์

  • ยอดอ่อน ใบอ่อน และดอกอ่อนของติ้วขาวหรือผักติ้วใช้รับประทานเป็นผักสดร่วมกับลาบ ก้อย น้ำตก แจ่ว ซุปหน่อไม้ น้ำพริก น้ำพริกปลาร้า ขนมจีน หมี่กะทิ เมี่ยงญวน แหนมเนืองเวียดนาม หรือจะนำไปประกอบอาหาร เช่น ใส่ต้มหรือแกงต่าง ๆ เพื่อใช้ปรุงรสเปรี้ยวแทนการใช้มะนาว เช่น แกงเห็ด แกงปลา
  • ดอกอ่อน ใช้ทำซุปหรือยำได้ แต่จะนิยมใช้ติ้วขาวมากกว่าติ้วขน เพราะติ้วขาวมีรสชาติขมและฝาดน้อยกว่าติ้วขน
  • สารสกัดด้วยน้ำของติ้วขนมีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้กับปลานิล โดยปลานิลที่เลี้ยงด้วยอาหารที่ผสมด้วยสารสกัดติ้วขน จะมีภูมิคุ้มกันแบบไม่จำเพาะ สูงขึ้น
  • สารสกัดจากผักติ้ว (ยอดอ่อน) ที่เข้ากระบวนการสกัดผสมกับเอทานอล (และขั้นตอนอีกหลายขั้นตอน) จนได้สารจากผักติ้วที่ชื่อว่า “คอลโรจินิกเอซิก” สามารถนำไปใช้ยับยั้งกลิ่นหืนของอาหารได้เป็นอย่างดี (งานวิจัยของนิสิตโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์)
  • ไม้ติ้วขาวสามารถนำมาใช้ในการก่อสร้าง ทำโครงสร้างบ้าน สร้างขื่อบ้าน ทำกระดานพื้น สร้างรั้ว ทำเสาเข็ม ทำด้ามเครื่องมือ จอบ เสียม เครื่องตกแต่งภายในเรือน กระสวยทอผ้า ทำหีบใส่ของ ฯลฯ

คุณค่าทางโภชนาการ

ผักติ้ว (ยอดอ่อน, ใบอ่อน, ดอก) พลังงาน, โปรตีน,ไขมัน,คาร์โบไฮเดรต,เส้นใยอาหาร,เถ้า,น้ำ,วิตามินเอ,วิตามินบี1,วิตามินบี2,วิตามินบี3,วิตามินซี,ธาตุแคลเซียม,ธาตุเหล็ก,ธาตุฟอสฟอรัส

 

Leave a Reply