อบเชย สมุนไพรรักษาเบาหวาน บำรุงสุขภาพก็ได้ ลดน้ำตาลก็ดีไม่เบา

, , Leave a comment

อบเชย เป็นเครื่องเทศที่เชื่อว่าอาจมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น ช่วยสมานแผล ป้องกันอาการท้องร่วง มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ หรือลดระดับน้ำตาลในเลือด

อบเชย   หรือชินนามอน (Cinnamon) เป็นสมุนไพรอีกชนิดที่มีสารสำคัญในการช่วยเพิ่มการหลั่งของฮอร์โมนอินซูลิน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง อีกทั้งยังช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือดในกลุ่มผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ลดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เกี่ยวกับโรคเบาหวานและโรคที่เกี่ยวกับระบบหลอดเลือดหัวใจอีกด้วย โดยแค่เพียงโรยผงอบเชยลงในอาหารที่รับประทานก็ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้แล้วล่ะค่ะ

สารต้านอนุมูลอิสระมีหน้าที่ต่อสู้กับสารอนุมูลอิสระที่อาจสร้างความเสียหายให้แก่เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่าสารอนุมูลอิสระอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็งและโรคมะเร็งได้ แหล่งอาหารที่สำคัญของสารต้านอนุมูลอิสระ คือ ผักและผลไม้ และในอบเชยก็มีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ มีการศึกษาค้นคว้าที่แสดงให้เห็นว่า อบเชยมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระสูง เมื่อเปรียบเทียบกับกานพลู ออริกาโน และพืชสมุนไพรอื่น ๆ นอกจากนี้ สารสกัดจากอบเชยยังนำมาใช้เป็นวัตถุกันเสีย หรือใช้ถนอมอาหารที่ผลิตจากธรรมชาติได้ด้วยเช่นกัน

อบเชย

การอักเสบเป็นกระบวนการที่เซลล์เม็ดเลือดขาวปกป้องร่างกายจากสิ่งแปลกปลอม เช่น การติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย มีความเชื่อว่าการรับประทานอบเชยอาจช่วยต้านการอักเสบได้ จึงมีการศึกษาเกี่ยวกับพืชสมุนไพรที่แสดงให้เห็นว่าสารประกอบฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ในอบเชย เช่น กอสไซปิน (Gossypin) เฮสเพอริดิน (Hesperidin) เควอซิทิน (Quercetin) มีคุณสมบัติต้านการอักเสบได้ นอกจากนี้ ยังมีงานค้นคว้าที่ทดลองในเซลล์มนุษย์ เพื่อพิสูจน์คุณสมบัติต้านการอักเสบ จากการทดลองพบว่า สารไฮดรอกซีซินนามาลดีไฮด์ (Hydroxycinnamaldehyde) ที่สกัดจากอบเชย อาจใช้มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ มีประสิทธิภาพในการรักษาหรือป้องกันการอักเสบจากโรคทางระบบประสาท และอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดเนื้องอกมะเร็งได้อีกด้วย

แม้การศึกษาข้างต้นจะแสดงถึงคุณสมบัติลดการอักเสบของอบเชย แต่ก็เป็นเพียงผลการทดลองจากตัวอย่างเซลล์ในห้องปฏิบัติการ และยังไม่มีการศึกษาทดลองในมนุษย์ จึงยังไม่มีหลักฐานเพียงพอจะสรุปประสิทธิภาพในด้านดังกล่าวได้อย่างชัดเจน ควรศึกษาทดลองเพิ่มเติมต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.pobpad.com/

 

Leave a Reply